รวม 60 ทรงผมผู้ชาย 2026 เทรนด์ใหม่ ทรงไหนกำลังฮิต?

สารบัญบทความ

ปัจจุบันเทรนด์ทรงผมชาย ไม่ใช่แค่ตัดสั้น ดูเรียบร้อย แต่คือการเลือกทรงผมที่ช่วยให้ลุคดูสะอาด ดูเด็กลง และพรางจุดด้อยบนใบหน้าได้ โดยเทรนด์ในปีนี้จะเน้นไปที่ความเป็นธรรมชาติ จัดแต่งทรงง่าย และที่สำคัญคือต้อง “เข้ากับรูปหน้า”หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่อยากตัดผม แต่ยังไม่รู้ว่าจะตัดผมทรงไหนดี? ในบทความนี้เราจะมาแนะนำ 60 ทรงผมผู้ชายมาแรงในปี 2026 พร้อมพาทำความเข้าใจรูปหน้า และเผย 5 สิ่งที่ควรทำก่อนบอกช่างตัดผม ตามมาดูกันค่ะ

แนะนำ 60 ทรงผมผู้ชาย เทรนด์ใหม่ในปี 2026

การเลือกทรงผมให้เข้ากับรูปหน้าไม่เพียงช่วยเสริมบุคลิก แต่ยังเปลี่ยนลุคให้ดูดีและมั่นใจขึ้นได้ ในปีนี้เทรนด์ทรงผมผู้ชายยังคงเน้นสไตล์เรียบ สะอาด และดูเท่ ไม่ว่าจะเป็นทรงผมสั้น ทรง Fade ไล่ระดับ หรือทรงผมสไตล์เกาหลี ถ้าคุณอยากเปลี่ยนลุคแต่ยังไม่รู้ว่าจะตัดทรงไหนดี มาดูกันว่าทรงผมผู้ชาย 2026 มีทรงไหนน่าตัดบ้าง ดังนี้

ทรงสั้นคลาสสิก (Classic Short Haircut)

1. ทรง Buzz Cut – ผมทรงสั้นเกรียนทั่วศีรษะ

Buzz Cut เป็นทรงผมที่ใช้ปัตตาเลี่ยนไถให้เท่ากันทั่วศีรษะ ให้ลุคดูเรียบ เท่ ข้อดีคือ ไม่ต้องเซตผม ดูแลง่าย แห้งไว เหมาะกับผู้ชายที่มีกรอบหน้าคมชัด หน้ารูปไข่ หรือผู้ที่มีปัญหาผมบาง ศีรษะเริ่มล้าน เพราะช่วยให้เส้นผมดูกลมกลืนทั่วศีรษะมากขึ้น

ทรง Buzz Cut ทรงผมผู้ชาย

2. ทรง Crew Cut – ผมทรงสุภาพ สไตล์นักเรียน

Crew Cut เป็นทรงผมที่ด้านข้างและด้านหลังตัดสั้น ส่วนด้านบนมีความยาวเล็กน้อย เพื่อให้จัดทรงได้ง่าย โดยผมทรงนี้ให้ลุคเรียบ สุภาพ และดูภูมิฐาน เหมาะกับทุกโครงหน้า โดยเฉพาะผู้ที่มีหน้ารูปไข่หรือหน้าเหลี่ยม เพราะช่วยให้สัดส่วนของใบหน้าดูสมดุล ซึ่งเป็นอีกทรงที่ตัดแล้วดูดี โดยไม่ต้องเซตเยอะ

Crew Cut ทรงผมผู้ชาย 2025

3. ทรง High and Tight – ผมทรงทหาร ไถด้านข้างเกรียน

High and Tight เป็นทรงผมสั้นสไตล์ทหารที่ให้ลุคดูเท่ เนี้ยบ และมั่นใจ ด้านข้างและด้านหลังจะไถเกรียนชิดหนังศีรษะ ส่วนด้านบนจะเหลือผมเล็กน้อยเพื่อเพิ่มมิติให้ใบหน้า โดยทรงนี้เหมาะกับผู้ชายที่ชอบความเรียบง่าย ไม่ยุ่งยากในการจัดทรงค่ะ

High and Tight ทรงผมชาย

4. ทรง Textured Crop – ผมทรงสั้น มีเลเยอร์

Textured Crop เป็นทรงผมที่ด้านข้างและด้านหลังจะตัดเฟดหรือไล่ระดับ ส่วนด้านบนจะถูกซอยให้มีเลเยอร์ ช่วยให้ผมดูหนาและมีวอลลุ่มโดยไม่ต้องเซต ให้ลุคเท่แบบสบายๆ ดูดีโดยไม่ต้องใจ ซึ่งเป็นทรงผมชายที่เหมาะกับหน้ากลมหรือหน้ารูปไข่ เพราะช่วยเพิ่มความสมดุลให้กับใบหน้าได้

Textured Crop ทรงผมผู้ชายสั้นๆ

5. ทรง French Crop – ผมทรงครอปฝรั่งเศส มีหน้าม้า

French Crop เป็นทรงผมสั้นสไตล์ยุโรปที่ด้านข้างและด้านหลังตัดเฟด มีเอกลักษณ์ที่ด้านหน้าตัดหน้าม้าสั้น ทำให้กรอบหน้าดูชัด ให้ลุคดูเท่ และดูสะอาดตา เหมาะกับผู้ชายที่มีโครงหน้ารูปไข่ หน้ากลม และผู้ที่มีหน้าผากสูง เพราะช่วยให้ใบหน้าดูทันสมัยขึ้น

French Crop ผมสั้นผู้ชาย

6. ทรง Ivy League – ผมทรงสั้นเนี้ยบ สไตล์เกาหลี

Ivy League เป็นทรงผมที่ด้านข้างและด้านหลังตัดสั้นไล่ระดับ ส่วนด้านบนจะมีความยาวพอให้แสกข้างหรือปัดเบาๆ ได้ ซึ่งช่วยเพิ่มมิติให้ใบหน้าดูสมส่วนมากขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการลุคดูดีทั้งในวันทำงานและวันสบายๆ โดยทรงนี้ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ชายเกาหลีและฝั่งยุโรป ใครที่ชอบตัดผมสั้น เราแนะนำทรงนี้เลย

Ivy League ผมผู้ชาย

7. ทรง Butch Cut – ผมทรงสั้น ตัดเท่ากันทั่วศีรษะ

Butch Cut เป็นทรงผมที่อยู่กึ่งกลางระหว่างความเท่ของ Buzz Cut และความเนี้ยบของ Crew Cut โดยจะตัดสั้นทั้งศีรษะ แต่จะไม่ถึงกับหัวเกรียน ให้ลุคดูเรียบง่าย เท่ แมนๆ ซึ่งเหมาะกับผู้ที่มีโครงหน้ารูปไข่หรือหน้าเหลี่ยม เพราะช่วยขับให้กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น 

Butch Cut ทรงผมชาย

8. ทรง Induction Cut – ผมทรงสกินเฮด สไตล์ทหาร

Induction Cut เป็นทรงผมที่สั้นที่สุดในบรรดาทรงผมผู้ชายทั้งหมด ซึ่งจะใช้ปัตตาเลี่ยนไถชิดหนังศีรษะจนแทบไม่เหลือความยาวของเส้นผม เป็นทรงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทรงผมทหารใหม่ เหมาะกับผู้ชายที่ชอบความเรียบง่าย ไม่ต้องการเซตผม โดยทรงผมนี้ได้นิยมมากๆ ในหมู่ชาวต่างชาติที่มีปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน 

Induction Cut ทรงผมผู้ชายสั้นๆ

9. ทรง Caesar Cut – ผมทรงหน้าม้าสั้น แนวโรมัน

Caesar Cut เป็นทรงผมที่โดดเด่นด้วยหน้าม้าสั้นตัดตรงและความยาวผมเท่ากันทั่วศีรษะ ด้านข้างและด้านหลังมักตัดสั้นหรือเฟดเล็กน้อย ให้ลุคดูเท่แบบผู้ชายสมัยใหม่ ซึ่งทรงนี้เหมาะกับผู้ที่มีโครงหน้ารูปไข่หรือหน้าผากกว้าง เพราะช่วยลดความโดดของหน้าผากและทำให้ใบหน้าดูมีสัดส่วนที่ balance มากขึ้นได้ค่ะ

Caesar Cut ผมสั้นหน้าม้า

10. ทรง Short Afro – ผมทรงสั้นดัดลอน มีวอลลุ่ม

Short Afro เป็นทรงผมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยเส้นผมที่เป็นลอน แค่มองก็รู้ว่าเป็นทรงแอโฟร จุดเด่นคือความฟูของเส้นผม ช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติ ดูแลง่าย ผมอยู่ทรงตลอดทั้งวัน เหมาะกับผู้ชายที่มีผมหยิก อยากมีสไตล์เป็นของตัวเอง

Short Afro ผมดัดลอนผู้ชาย

11. ทรง Flat Top – ผมทรงสั้น ด้านบนตัดแบนราบ

Flat Top เป็นทรงผมที่ด้านบนตัดแบนราบเสมอกัน ส่วนด้านข้างและด้านหลังจะตัดสั้นหรือไถเกรียน ให้ลุคดูเท่ เนี้ยบ และเป็นระเบียบ ซึ่งทรงนี้เหมาะกับผู้ที่มีโครงหน้าเหลี่ยม หรือผู้ที่มีรูปหน้าไข่ เพราะช่วยให้แนวกรอบหน้าดูชัดขึ้น ใครที่ชอบทรงผมสไตล์วินเทจ ต้องลองตัดทรง Flat Top เลย

Flat Top ผมทรงสั้น

12. ทรง Short Spiky – ผมทรงสั้น เชตปลายเหมือนหนาม

Short Spiky เป็นทรงผมที่เพิ่มความเท่ด้วยการเซตปลายผมให้ตั้งขึ้นคล้ายหนาม โดยผมด้านข้างและด้านหลังจะตัดสั้น ช่วยให้ลุคดูสดใส นำเทรนด์ ดูมีสไตล์ เหมาะกับผู้ชายที่มีรูปหน้ากลมหรือรูปหน้าไข่ เพราะช่วยให้ใบหน้าดูเรียวยาวและสมส่วนมากขึ้นได้

Short Spiky ทรงผมเท่ๆ

13. ทรง Military Cut – ผมทรงสั้น ไถข้างสั้นเกรียน

Military Cut เป็นทรงผมที่คล้ายทรงทหาร ด้านข้างและด้านหลังจะไถเกรียน ส่วนด้านบนจะมีความยาวประมาณ 1-1.5 นิ้ว ให้ลุคที่ดูเท่ เนี้ยบ แมนๆ เหมาะกับผู้ที่มีโครงหน้าเหลี่ยม หรือหน้ารูปไข่ เพราะจะช่วยให้กรอบหน้าชัดขึ้น ใครที่ชอบตัดผมสั้น ทรงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งทรงที่กำลังเป็นที่นิยมในปี 2026 ตัดแล้วไม่ตกเทรนด์แน่นอน

Military Cut ผมสั้น ทรงผมผู้ชาย

14. ทรง Short Quiff – ผมทรงสั้น ด้านข้างเฟดไล่ระดับ

Short Quiff เป็นทรงผมที่ด้านบนยกสูงเล็กน้อย เพื่อเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าดูมีมิติ ส่วนด้านข้างและด้านหลังจะตัดเฟดหรือไล่ระดับ ให้ลุคที่เท่ เป็นทางการ สะอาดตา เหมาะกับคนที่มีใบหน้ากลม ซึ่งจะช่วยให้กรอบหน้าเรียวและสมส่วนมากขึ้น

ทรงผมผู้ชาย 2025 Short Quiff

15. ทรง Classic Taper – ผมทรงไล่ระดับคลาสสิก

Classic Taper เป็นทรงผมที่ไล่ระดับความยาวจากด้านล่างขึ้นบน ให้ลุคที่ดูสะอาด เนี้ยบ และมีมิติ ด้านข้างและด้านหลังจะค่อยๆ สั้นลง ส่วนด้านบนจะมีความยาวเล็กน้อย เพื่อให้สามารถจัดทรงได้หลากหลาย เหมาะกับผู้ชายทุกวัยที่ต้องการลุคสุภาพ และเหมาะกับโครงหน้าทุกรูปแบบ โดยเฉพาะหน้ารูปไข่และหน้าเหลี่ยม

Classic Taper ทรงผมสั้นคลาสสิก

กลุ่มทรง Fade & Taper

16. ทรง ทรง Low Fade – เฟดต่ำเริ่มเหนือหู

Low Fade เป็นทรงผมที่ไล่ระดับบริเวณเหนือใบหูขึ้นไปเล็กน้อย ผมบริเวณด้านข้างและด้านหลังจะตัดสั้น ให้ลุคดูสุภาพ เท่ และดูเป็นธรรมชาติ ส่วนผมด้านบนสามารถจัดทรงได้หลายแบบ ทั้งปัดข้าง ยกสูง หรือปล่อยธรรมชาติก็ยังดูดี ซึ่งผมทรงนี้เหมาะกับผู้ที่มีโครงหน้ารูปไข่และหน้ากลม เพราะจะช่วยให้สัดส่วนใบหน้ากลมกลืนมากขึ้น

ทรง Low Fade ทรงผมเฟดต่ำ ผู้ชาย

17. ทรง ทรง Mid Fade – เฟดกลางความสูงพอดี

Mid Fade เป็นทรงผมที่ไล่ระดับระหว่างหูและขมับ ผมด้านข้างและด้านหลังตัดเฟดสั้น ซึ่งให้ลุคดูเท่ เนี้ยบ และดูสะอาด เหมาะกับผู้ชายที่ต้องการบาลานซ์ระหว่างความสุภาพและความทันสมัย ส่วนด้านบนสามารถจัดทรงได้หลายรูปแบบ ทั้ง Quiff, Pompadour หรือ Textured Crop ก็เข้ากันได้ดี โดยเฉพาะผู้ที่มีโครงหน้าเหลี่ยมค่ะ

Mid Fade ทรงผมเฟด

18. ทรง High Fade – เฟดสูงตัดเกือบถึงศีรษะ

High Fade เป็นทรงผมที่ไถเฟดสูงจากด้านข้างขึ้นไปจนถึงช่วงเหนือขมับหรือเกือบถึงกลางศีรษะ ทรงนี้ให้ลุคดูเท่ คม ดูสะอาด และช่วยให้ใบหน้าดูยาวขึ้น ซึ่งเหมาะกับผู้ชายที่มีโครงหน้ากลม หน้าเหลี่ยม และหน้ารูปไข่ ใครที่อยากตัดผมสั้น ทรงนี้ก็เป็นอีกทรงที่กำลังฮิตในปัจจุบันที่คุณควรลอง รับรองเลยว่าตัดออกมาหล่อขึ้นแน่นอน

ทรงผมชาย High Fade เฟดสูง

19. ทรง Skin Fade – เฟดโกนจนเห็นหนังศีรษะ

Skin Fade คือทรงผมที่ไถเฟดจากด้านข้างและด้านหลังลงมาจนสั้นถึงขั้นเห็นหนังศีรษะ ก่อนจะค่อยๆ ไล่ระดับขึ้นไปด้านบน ให้ลุคสะอาด คม และดูทันสมัย ด้านบนสามารถจัดทรงได้หลายแบบ เช่น Pompadour, Quiff หรือ Crop เพื่อเพิ่มวอลลุ่มและบาลานซ์ให้ใบหน้า เหมาะกับผู้ชายที่ชอบทรงผมเนี้ยบ ดูคล่องตัว และต้องการลุคเท่ 

Skin Fade ตัดผมสั้น

20. ทรง Drop Fade – เฟดโค้งตามรูปหู

Drop Fade คือทรงผมที่ไถเฟดจากด้านข้างแล้วโค้งต่ำลงตามแนวใบหูและท้ายทอย แทนที่จะเฟดขึ้นตรงเหมือนทรงทั่วไป ทำให้ทรงนี้ดูมีมิติและเข้ากับรูปศีรษะมากขึ้น ด้านบนสามารถไว้ยาวหรือเซตเพิ่มวอลลุ่มได้หลายรูปแบบ โดยทรงนี้ให้ลุคที่ดูเท่ เนี้ยบ ซึ่งเข้ากับโครงหน้ารูปไข่ หน้ากลม และหน้าทรงเหลี่ยม

Drop Fade ทรงผมเฟด ทรงผมผู้ชายเท่ๆ

21. ทรง Taper Fade – ไล่ระดับผสมเฟด

Taper Fade เป็นทรงผมที่ผสมระหว่างการไล่ระดับแบบคลาสสิก (Taper) กับเฟดสั้นสมัยใหม่ โดยจะค่อยๆ ไล่ความยาวของผมจากบริเวณขมับและท้ายทอยให้สั้นลง แต่จะไม่ถึงขั้นโกนเกรียนเหมือน Skin Fade ค่ะ ทรงนี้เหมาะกับผู้ชายที่ต้องการลุคสุภาพแบบมืออาชีพ ซึ่งเข้ากับโครงหน้าทุกรูปแบบ โดยเฉพาะรูปไข่และหน้าเหลี่ยม เพราะช่วยให้ใบหน้าดูยาวและสมส่วนมากขึ้น

Taper Fade ทรงผมผู้ชายยอดนิม

22. ทรง Low Taper – ไล่ระดับต่ำ

Low Taper คือทรงผมที่ไล่ระดับสั้นเฉพาะช่วงล่างของศีรษะ โดยเริ่มจากเหนือหูและท้ายทอยเล็กน้อย ทำให้ทรงดูเรียบๆ ส่วนผมบริเวณด้านบนจะคงความยาวไว้เพื่อให้จัดทรงได้ง่าย เช่น ปัดข้างหรือยกเบาๆ ก็ดีเท่ไปอีกแบบ เหมาะกับผู้ชายที่ต้องการลุคสุภาพแต่ยังดูทันสมัย เข้ากับทุกโครงหน้า โดยเฉพาะคนที่อยากได้ทรงผมดูสะอาดแต่ไม่สั้นเกินไปค่ะ

Low Taper ทรงผมผู้ชาย ไล่ระดับต่ำ

23. ทรง Mid Taper – ไล่ระดับกลาง

Mid Taper คือทรงผมที่ไล่ระดับความสั้นในระดับกลางของศีรษะ โดยเริ่มจากบริเวณเหนือหูขึ้นไปจนถึงกึ่งกลางด้านข้าง ให้ลุคที่ดูสะอาด ไม่สั้นเกินไปเหมือน High Taper และไม่เรียบเกินไปแบบ Low Taper ส่วนผมด้านบนสามารถตัดสั้นก็ได้ หรือจะไว้ยาวสักนิดเพื่อให้จัดทรงได้มากขึ้น ซึ่งผมทรงนี้เหมาะกับผู้ชายที่มีโครงหน้ารูปไข่และหน้าเหลี่ยมค่ะ 

Mid Taper ทรงผมผู้ชายสั้น

24. ทรง High Taper – ไล่ระดับสูง

High Taper เป็นทรงผมที่ไล่ระดับสูงจากช่วงเหนือขมับขึ้นไป ส่วนด้านบนหลายๆ คนมักจะคงความยาวไว้เพื่อให้จัดทรงได้หลายแบบ เช่น ปัดข้าง ยกสูง หรือเซตให้มีวอลลุ่ม ถือเป็นอีกหนึ่งลุคที่ดูเหมาะกับคุณผู้ชายๆ มากค่ะ เพราะตัดมาแล้วดูเท่ และยังขับให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นได้อีกด้วย ใครที่เป็นมีโครงหน้ากลม แนะนำทรงนี้เลย

High Taper ทรงผมผู้ชาย ไม่ต้องเซต

25. ทรง Burst Fade – เฟดโค้งรอบหู

Burst Fade คือทรงเฟดที่ไถสั้นเฉพาะบริเวณรอบหู โดยให้แนวเฟดโค้งตามรูปหูและค่อยๆ ไล่ระดับขึ้นไปด้านบน ทำให้ทรงผมดูมีมิติและเข้ากับรูปศีรษะได้ดีเลยค่ะ ส่วนผมด้านบนสามารถไว้ยาวหรือเซตได้หลายแบบ เช่น Mohawk หรือ Crop ก็ได้ ทรงนี้ให้ลุคที่ดูทันสมัย สะอาด และกำลังฮิตมากๆ ในหมู่วัยรุ่น

Burst Fade ทรงเฟด ทรงผมผู้ชายหน้ากลม

26. ทรง Temple Fade – เฟดเฉพาะขมับ

Temple Fade คือทรงผมที่ไถเฟดเฉพาะบริเวณขมับทั้งสองข้าง โดยจะไล่ระดับสั้นลงเฉพาะจุดรอบแนวกรอบหน้า ทำให้ลุคดูสะอาดและเนี้ยบขึ้นโดยไม่ต้องตัดสั้นทั้งศีรษะค่ะ ทรงนี้เหมาะกับผู้ชายที่อยากเพิ่มดีเทลให้ทรงผมดูทันสมัยโดยไม่เปลี่ยนลุคเดิมมาก และเข้ากับทุกโครงหน้าเลยค่ะ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทรงที่ช่วยให้กรอบหน้าดูชัดขึ้นได้

Temple Fade ทรงผมผู้ชายยอดฮิต

 

27. ทรง Bald Fade – เฟดโกนหัวล้าน

Bald Fade เป็นทรงผมที่ไถสั้นลงเรื่อยๆ จนถึงระดับหนังศีรษะ แล้วค่อยๆ ไล่ให้ยาวขึ้นด้านบน ให้ลุคที่ดูสะอาด ทันสมัย ดูมั่นใจ นับว่าเป็นทรงผมผู้ชาย 2026 ตัดง่าย ดูแลไม่อยาก และที่สำคัญไม่ต้องเสียเวลาเซตผม ซึ่งเหมาะกับผู้ชายที่มีโครงหน้ารูปไข่และหน้าเหลี่ยม เพราะช่วยให้ใบหน้าดูคมและเด่นขึ้นได้

Bald Fade ทรงผมสั้น หัวโลน

กลุ่มทรงยาวและมีเท็กซ์เจอร์ 

28. ทรง The Flow – ปล่อยผมยาว มีวอลลุ่ม

The Flow คือทรงผมยาวระดับกลางที่ปล่อยให้เส้นผมโค้งไปด้านหลังตามธรรมชาติ ดูพลิ้วและมีวอลลุ่มเล็กน้อย เหมาะกับผู้ชายที่อยากได้ลุคสบายๆ แต่ยังดูเท่และดูมีสไตล์ โดยผมทรงนี้เหมาะกับผู้ที่มีโครงหน้ารูปไข่หรือหน้ายาว เพราะช่วยให้ใบหน้าดูสมดุลและไม่ยาวจนเกินไปค่ะ

The Flow ทรงผมชาย ผมยาว

29. ทรง Man Bun – มวยผมชาย

Man Bun คือทรงผมที่รวบผมยาวไปด้านหลังแล้วมัดเป็นมวยไว้กลางหรือท้ายศีรษะ เป็นทรงที่ให้ลุคเท่ สบายๆ และดูมีสไตล์ในแบบของตัวเอง เหมาะกับผู้ชายที่ไว้ผมยาวระดับกลางขึ้นไป และอยากได้ทรงที่ดูเรียบร้อยแต่ยังมีความชิคอยู่ เหมาะกับโครงหน้ารูปไข่หรือหน้ายาว เพราะช่วยให้ใบหน้าดูสมดุลมากขึ้น

Man Bun มวยผมชาย

30. ทรง Long Hair with Layers – ผมยาวมีเลเยอร์

Long Hair with Layers เป็นทรงผมยาวที่ซอยไล่ระดับเป็นชั้นๆ เพื่อเพิ่มมิติและความพลิ้วให้เส้นผม ดูเบาและเป็นธรรมชาติมากกว่าการปล่อยตรงทั้งศีรษะ เหมาะกับผู้ชายที่ไว้ผมยาวและอยากให้ทรงดูมีวอลลุ่มไม่ทื่อจนเกินไป ด้านข้างและปลายผมจะถูกซอยให้รับกับรูปหน้า ช่วยให้ใบหน้าดูเรียวยาวขึ้นค่ะ

Long Hair with Layers ผมยาวผู้ชาย

31. ทรง Shoulder Length – ยาวถึงไหล่

Shoulder Length คือทรงผมที่ปล่อยยาวพอดีระดับไหล่ ให้ลุคดูสบายๆ แต่ยังดูมีสไตล์ เหมาะกับผู้ชายที่ไม่อยากไว้ผมยาวมากเกินไป ซึ่งใครมีโครงหน้ารูปไข่หรือหน้ายาวต้องตัดทรงนี้เลย เพราะช่วยให้ใบหน้าดูบาลานซ์และดูผ่อนคลายมากขึ้น และที่สำคัญผมทรงนี้เหมาะกับทรงผมผู้ชายวัยทำงานมากๆ เพราะได้ทั้งลุคทางการและวันสบายๆ

Shoulder Length ผู้ชายผมยาว

32. ทรง Messy Waves – ลอนยาวยุ่งๆ

Messy Waves คือทรงผมลอนยาวที่ตั้งใจให้ดูยุ่งนิดๆ เส้นผมจะโค้งเป็นลอนหลวมๆ แล้วปล่อยให้ทิ้งตัวแบบไม่ต้องเซตเป๊ะ ให้ลุคดูสบายๆ เหมาะกับผู้ชายที่อยากได้ความเท่แบบไม่ตั้งใจ ด้านข้างและด้านหลังจะซอยบางเพื่อให้ผมดูเบาและมีวอลลุ่ม ซึ่งผมทรงนี้เหมาะกับผู้ที่ใบหน้าเรียวยาว มีผมหยักศก หรือมีผมลอนอยู่แล้ว ใครกำลังมองหาทรงผมผู้ชายหน้ายาวอยู่ ลองนำทรงนี้ไปพิจารณาดูค่ะ ตัดมาดูเท่แน่นอน

ทรงผม Messy Waves ผมลอนผู้ชาย

33. ทรง Long Curly – ผมยาวหยิก

Long Curly คือทรงผมชายไม่ต้องเซต ที่ปล่อยเส้นผมหยิกยาวตามธรรมชาติ หรือดัดให้เป็นลอนหยิกแบบมีวอลลุ่ม โดยผมบริเวณด้านข้างและปลายผมมักซอยเล็กน้อยเพื่อให้ลอนดูเบาและพลิ้ว ให้ลุคดูมีสไตล์ เหมาะกับผู้ชายที่มีโครงหน้ารูปไข่และหน้ายาวที่อยากให้ผมดูเท่ เซอร์ๆ และมีชีวิตชีวา

Long Curly ผมยาวหยิก

34. ทรง Slicked Back Long – หวีกลับผมยาว

Slicked Back Long เป็นทรงผมผู้ชายเท่ๆ ที่หวีเสยไปด้านหลัง ให้ผมดูเรียบ เนี้ยบและดูเท่อย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับผู้ชายที่ไว้ผมยาวระดับกลางขึ้นไป โดยส่วนใหญ่นิยมใช้เจลหรือผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมมาช่วยให้ผมอยู่ทรงและดูเงางาม และยังเสริมบุคลิกให้ดูภูมิฐานได้อีกด้วยค่ะ

ทรงผมผู้ชาย Slicked Back Long ผมยาวหวีเปียก

35. ทรง Long Fringe – หน้าม้ายาว

Long Fringe คือทรงผมที่ไว้หน้าม้าให้ยาวคลุมหน้าผาก หรือปัดไปด้านข้าง ผมบริเวณด้านข้างมักจะนิยมซอยเล็กน้อย เพื่อให้ทรงดูไม่หนักจนเกินไป ซึ่งให้ลุคดูนุ่มนวล แต่ยังคงมีความเท่ เหมาะกับผู้ที่มีโครงหน้ารูปไข่หรือหน้ายาว ใครอยากตามเทรนด์ ทรงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งทรงที่น่าตัด เพราะกำลังฮิตในหมู่วัยรุ่นอเมริกา ตัดแล้วไม่ตกเทรนด์แน่นอน

Long Fringe ทรงผม หน้าม้าผู้ชาย

36. ทรง Surfer Hair – ทรงนักโต้คลื่น

Surfer Hair คือทรงผมยาวปานกลางถึงยาวที่ปล่อยให้ยุ่งเล็กน้อยเหมือนเพิ่งออกจากทะเล ให้ลุคเท่ สบาย ซึ่งผมจะมีความพลิ้วและอาจมีลอนอ่อนๆ เพิ่มความมีวอลลุ่ม เหมาะกับผู้ชายที่อยากได้ทรงผมสไตล์ชิลๆ แต่ยังดูมีเสน่ห์ เข้ากับผู้ที่มีโครงหน้ารูปไข่และหน้ายาว ช่วยให้ลุคโดยรวมดูผ่อนคลายมากขึ้น จนกลายเป็นอีกหนึ่งทรงผมผู้ชายหน้ายาวที่ติดเทรนด์ทุกปี เพราะใครตัดก็เท่ 

Surfer Hair ทรงผมผู้ชายหน้ายาว

37. ทรง Shaggy Hair – ทรงแซกกี้ยุ่งๆ

Shaggy Hair เป็นทรงผมยอดฮิตที่ให้ลุคยุ่งๆ แบบตั้งใจ เส้นผมจะถูกซอยไล่ระดับทั่วศีรษะให้ดูมีวอลลุ่มและเท็กซ์เจอร์ เหมือนตื่นมาก็เท่ได้เลยโดยไม่ต้องเซตเยอะ ทรงนี้ให้ความรู้สึกสบาย ๆ แต่ยังดูมีสไตล์ เหมาะกับผู้ชายที่อยากได้ลุคเท่แบบไม่เป๊ะเกินไป เข้ากับแทบทุกโครงหน้า โดยเฉพาะรูปไข่และหน้ายาว เพราะช่วยให้ใบหน้าดูผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติมากขึ้น 

ทรงผมเท่ๆ เซอร์ๆ Shaggy Hair

กลุ่มทรงเกาหลี & Two Block

38. ทรง Korean Two Block – ทูบล็อกสไตล์เกาหลี

Korean Two Block เป็นทรงผมยอดนิยมจากเกาหลีที่ยังคงมาแรงไม่มีตก เสน่ห์ของทรงนี้คือการตัด “ด้านข้างและด้านหลังให้สั้น” ส่วน “ด้านบนไว้ยาวกว่า” ช่วยให้ทรงดูมีเลเยอร์และจัดทรงได้หลายแบบ จะเซตให้พองนิดๆ แบบหนุ่มเกาหลี หรือปล่อยธรรมชาติหน่อยๆ ก็ยังดูดี จุดเด่นคือช่วยทำให้กรอบหน้าดูเรียวและได้รูปมากขึ้น เหมาะกับผู้ชายที่มีโครงหน้ารูปไข่ หน้ากลม และหน้าเหลี่ยม เพราะช่วยปรับให้ใบหน้าดูสมส่วนและดูอ่อนเยาว์ขึ้น

ทรง Korean Two Block ทูบล็อกสไตล์เกาหลี

เซฟบิ๊ก ภูริพรรษ เห็นหน้าหล่อๆ แบบนี้ ก่อนตัดผมทรงทูบล็อกแสกกลางเปิดหน้าผาก เคยเป็นคนที่ไม่มั่นใจในกรอบหน้าตัวเองมาก่อน แต่พอตัดสินใจเลือกมาปลูกผมกับหมอแพตตี้ที่ Hairtran Clinic ก็กลายเป็นคนที่กล้าตัดผมเปิดหน้าผากหรือเสยผมอย่างมั่นใจ นั่นก็เพราะว่าหมอแพตตี้มีการวาดแนวไรผมใหม่ ปรับกรอบหน้าให้กลมกลืนและดูเป็นธรรมชาติ จนในปัจจุบัน ไม่ว่าเซฟบิ๊กจะไปออกรายการอะไร เราก็มักจะเห็นเขาเซตผม เปิดหน้าผากตลอด

สำหรับใครที่มีปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน อยากตัดผมทรง Korean Two Block หรือทรงอื่นๆ ที่มีการเปิดหน้าผากแต่ไม่มั่นใจ เราแนะนำให้เข้ามาปรึกษาคุณหมอแพตตี้ เพื่อรับการประเมินและวางแผนการรักษาได้ฟรี พร้อมให้คุณกลับมามั่นใจในทุกๆ ทรงผมอีกครั้ง

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม: รีวิวปลูกผม ปรับกรอบหน้า เซฟบิ๊ก Stars Chef Thailand

39. ทรง Comma Hair – ทรงคอมม่าเกาหลี

Comma Hair เป็นทรงผมสุดฮิตจากเกาหลีที่หนุ่ม ๆ หลายคนชื่นชอบ จุดเด่นคือการเซตผมด้านหน้าให้โค้งเล็กน้อย ผสมความเนี้ยบกับความละมุนได้อย่างลงตัว ด้านข้างมักตัดสั้นไล่ระดับ ส่วนด้านบนไว้ยาวพอที่จะปัดโค้งเข้าด้านในหรือออกเล็กน้อย ให้ลุคดูสะอาดแต่ยังดูอบอุ่น เหมาะกับผู้ชายที่มีโครงหน้ารูปไข่ หน้ากลม และหน้าเหลี่ยม เพราะช่วยบาลานซ์ให้ใบหน้าดูเรียวยาวขึ้นได้ค่ะ

Comma Hair ทรงผมผู้ชายหน้ากลม คอมม่าเกาหลี

40. ทรง Korean Permed – ดัดลอนสไตล์เกาหลี

Korean Permed เป็นทรงผมที่เพิ่มลอนอ่อนๆ ให้เส้นผมดูนุ่มและมีวอลลุ่มแบบหนุ่มเกาหลี จุดเด่นคือความพลิ้วและความพองเล็กน้อยที่ช่วยให้ผมดูหนาและมีมิติ โดยเฉพาะเมื่อจัดทรงให้ปลายลอนโค้งเข้ารูปหน้า จะช่วยให้ลุคดูอบอุ่นและดูมีเสน่ห์ขึ้นทันที ซึ่งเป็นทรงผมที่เหมาะทั้งกับวันทำงานและลุคสบายๆ ในวันหยุด ใครที่กำลังมองหาทรงผมผู้ชายวัยทำงานอยู่ ต้องทรงนี้เลย

Korean Permed ดัดลอนเกาหลี

41. ทรง Center Part Korean – แสกกลางสไตล์เกาหลี

Center Part Korean เป็นทรงผมแสกกลางยอดฮิตจากเกาหลี ที่ให้ลุคสะอาด เนี้ยบ โดยเส้นผมจะถูกแสกตรงกลาง แล้วปล่อยให้ด้านหน้าทิ้งตัวเล็กน้อย ช่วยให้กรอบหน้าดูซอฟต์และได้รูปมากขึ้น เหมาะกับผู้ชายที่อยากได้ลุคอบอุ่นแต่ยังคงความเท่แบบหนุ่มเกาหลี ด้านข้างสามารถตัดสั้นหรือเฟดบางก็ได้ ซึ่งเป็นทรงผมชายเกาหลีที่เข้ากับโครงหน้ารูปไข่ หน้ายาว และหน้าเหลี่ยม เพราะช่วยบาลานซ์ให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นโดยไม่ต้องเซตเยอะ

Center Part Korean ทรงผมแสกกลางเกาหลี

42. ทรง Textured Two Block – ทูบล็อกมีเท็กซ์เจอร์

Textured Two Block เป็นทรงทูบล็อกสไตล์เกาหลีที่เพิ่มเลเยอร์ให้ผมดูมีมิติ โดยผมบริเวณด้านข้างจะตัดสั้น ส่วนด้านบนไว้ยาวและซอยบางเล็กน้อย เพื่อให้เซตได้ง่ายและดูมีวอลลุ่ม เหมาะกับหนุ่มที่อยากได้ลุคเรียบแต่เท่ เข้ากับทุกโครงหน้า โดยเฉพาะหน้ากลมและหน้าเหลี่ยมค่ะ

Textured Two Block ทรงผมทูบล็อก

43. ทรง Soft Fringe – หน้าม้านุ่มสไตล์เกาหลี

Soft Fringe จะไว้หน้าม้าให้ยาวคลอหน้าผากเล็กน้อย พร้อมซอยบางให้ปลายผมดูนุ่มและเป็นธรรมชาติ ด้านข้างและด้านหลังจะซอยให้เบาเพื่อให้ทรงดูพลิ้วและไม่ทึบ ทรงนี้ให้ลุคอบอุ่น นุ่มนวล แบบหนุ่มเกาหลี เหมาะกับผู้ชายที่อยากเพิ่มเสน่ห์ให้ใบหน้าดูซอฟต์ขึ้น ซึ่งผมทรงนี้เข้ากับผู้ที่มีโครงหน้ารูปไข่และหน้ายาวค่ะ

Soft Fringe ทรงผมหน้าม้าผู้ชาย

44. ทรง Korean Mullet – มัลเล็ตเกาหลี

Korean Mullet เป็นทรงผมที่ตัดสั้นด้านหน้าและด้านข้าง แต่ไว้ยาวด้านหลังเล็กน้อย เพิ่มความมีสไตล์และดูเท่แบบไม่ตั้งใจ ลุคนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากแฟชั่นเกาหลีสมัยใหม่ที่เน้นความโดดเด่นแต่ยังคงความเนี้ยบ ด้านบนสามารถเซตให้พองเล็กน้อยหรือปัดข้างก็ได้ เหมาะกับผู้ชายที่มีโครงหน้ารูปไข่และหน้าเหลี่ยม เพราะช่วยให้ใบหน้าดูยาวขึ้น และไม่ดูแข็งเกินไป ถือเป็นอีกหนึ่งทรงผมชายเกาหลีที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ ดาราตัดเยอะมาก!

ทรงผม Korean Mullet มัลเล็ตเกาหลี

45. ทรง Bowl Cut Korean – ทรงชามสไตล์เกาหลี

Bowl Cut Korean เป็นทรงผมที่ตัดไล่ระดับรอบศีรษะคล้ายทรงชาม แต่ถูกปรับให้ดูทันสมัยในแบบเกาหลี ด้านข้างและด้านหลังจะซอยให้บางลง ส่วนด้านบนและหน้าม้าจะปัดโค้งเล็กน้อยให้รับกับรูปหน้า ทรงนี้ให้ลุคสดใส ดูอ่อนวัย เหมาะกับผู้ชายที่อยากได้ลุคแฟชั่น แต่ไม่เยอะเกินไป เข้ากับโครงหน้ารูปไข่หรือหน้ายาว เพราะช่วยให้ใบหน้าดูสมดุลและนุ่มนวลมากขึ้น

Bowl Cut Korean ทรงผมผู้ชาย 2025

กลุ่มทรงวินเทจและคลาสสิก

46. ทรง Pompadour – ทรงป๊อมปาดัวร์

Pompadour เป็นทรงผมคลาสสิกที่ไม่เคยตกยุค จุดเด่นคือการยกผมด้านหน้าให้พองสูง แล้วไล่ระดับลงไปด้านหลัง ช่วยให้ใบหน้าดูยาวและคมชัดขึ้น ด้านข้างมักตัดสั้นหรือเฟดบางเพื่อเพิ่มความเนี๊ยบ ทรงนี้ให้ลุคเรียบหรู ดูภูมิฐาน เหมาะกับผู้ชายที่อยากได้ลุคเท่แบบผู้ดี หรือเหมาะกับโอกาสทางการ

Pompadour ทรงป๊อมปาดัวร์

47. ทรง Modern Pompadour – ป๊อมปาดัวร์สมัยใหม่

Modern Pompadour คือเวอร์ชันอัปเดตของทรงคลาสสิกที่เพิ่มความเท่แบบร่วมสมัย ด้านข้างจะตัดสั้นหรือเฟดบาง ส่วนด้านบนยกสูงและเซตให้มีวอลลุ่มแต่ดูนุ่มกว่าแบบดั้งเดิม ให้ลุคดูเนี๊ยบแต่ยังมีความชิล เหมาะกับผู้ชายที่อยากได้ทรงผมดูภูมิฐานแต่ไม่แข็งเกินไป เข้ากับโครงหน้ารูปไข่หรือหน้าเหลี่ยม เพราะช่วยขับให้ใบหน้าดูคมและมีสัดส่วนลงตัวมากขึ้นค่ะ

Modern Pompadour ทรงผมป๊อมปาดัวร์

48. ทรง Quiff – ควิฟฟ์ยกผมขึ้น

Quiff คือทรงผมที่จะตัดด้านข้างให้สั้น ส่วนด้านบนไว้ยาวกว่าเล็กน้อยเพื่อเซตให้ยกขึ้นด้านหน้า แล้วปัดไปด้านหลังหรือข้างนิดๆ เพื่อให้ดูมีวอลลุ่ม ทรงนี้ให้ลุคเท่ เนี้ยบ แต่ไม่แข็ง ดูคลาสสิกแบบผู้ชายที่ดูแลตัวเอง เหมาะกับผู้ชายแทบทุกโครงหน้า โดยเฉพาะหน้ากลมหรือหน้าเหลี่ยม เพราะช่วยให้ใบหน้าดูยาว และยังเป็นทรงผมผู้ชายเท่ๆ ที่เซตได้ง่าย เข้าได้กับทั้งลุคทำงานและลุคชิลในวันสบายๆ

Quiff ทรงผมผู้ชาย

49. ทรง Side Part – แสกข้างคลาสสิก

Side Part เป็นทรงผมที่จะตัดด้านข้างให้สั้นพอดี ส่วนด้านบนไว้ยาวกว่าเพื่อให้สามารถแสกข้างได้ชัดเจน เส้นผมจะถูกปัดไปอีกฝั่งอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ทรงดูเนี้ยบแต่ไม่แข็ง ทรงนี้ให้ลุคคลาสสิก สุภาพ และดูภูมิฐาน เหมาะกับผู้ชายที่มีโครงหน้ารูปไข่ หน้ากลม และหน้าเหลี่ยม เพราะช่วยให้กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น 

Side Part ทรงผมแสกข้าง ผู้ชาย

50. ทรง Slicked Back – หวีกลับเนียน

Slicked Back จะตัดด้านข้างให้สั้นพอดี ส่วนด้านบนไว้ยาวเพื่อหวีเสยไปด้านหลังให้เรียบเนียน ดูเนี้ยบและเป็นระเบียบ ผมจะมีความเงาเล็กน้อยจากเจลหรือผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม ทำให้ดูดีได้โดยไม่ต้องเซตให้ซับซ้อน แถมยังให้ลุคเท่ สุภาพ และดูมั่นใจ เหมาะกับผู้ชายที่อยากได้ภาพลักษณ์เรียบหรู แต่ในไทยยังไม่นิยมเท่าไหร่

Slicked Back ทรงผมเท่ๆ ผู้ชาย

51. ทรง Undercut – อันเดอร์คัทเปิดข้าง

Undercut ทรงผมชายเท่ๆ ไม่เชย ที่จะตัดด้านข้างและด้านหลังให้สั้นเกรียนหรือเฟดบาง ส่วนด้านบนไว้ยาวกว่าเพื่อเพิ่มวอลลุ่มและจัดแต่งได้หลากหลายทรง ซึ่งให้ลุคเท่ เนี้ยบ และดูมั่นใจ เหมาะกับผู้ชายที่อยากได้ทรงที่ดูทันสมัยและดูแลไม่ยาก เข้ากับผู้ที่มีโครงหน้ารูปไข่ หน้าเหลี่ยม และหน้ากลม เพราะช่วยให้กรอบหน้าดูคมและสมดุลมากขึ้นค่ะ

Undercut ทรงผมอันเดอร์คัทเปิดข้าง

52. ทรง Disconnected Undercut – อันเดอร์คัทแบบไม่ต่อเนื่อง

Disconnected Undercut เป็นอีกหนึ่งทรงผมสั้นชายที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ทรงอื่นๆ โดยทรงนี้จะตัดด้านข้างให้สั้นมากจนเห็นความต่างชัดเจนจากผมด้านบนที่ไว้ยาวกว่าแบบ “ไม่ไล่ระดับ” ทำให้เกิดเส้นแบ่งระหว่างสองส่วนอย่างคมชัด เป็นทรงที่ดูโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ ทรงนี้ให้ลุคเท่ และดูแฟชั่นขึ้น เหมาะกับผู้ชายที่อยากให้ทรงผมดูมีคาแรกเตอร์ ซึ่งเข้ากับผู้ที่มีโครงหน้ารูปไข่หรือหน้าเหลี่ยม เพราะช่วยขับให้กรอบหน้าดูเด่นขึ้น

ทรง Disconnected Undercut อันเดอร์คัท

53. ทรง Comb Over – หวีข้างปิดศีรษะ

Comb Over จะตัดด้านข้างให้สั้น ส่วนด้านบนไว้ยาวเพื่อหวีปัดไปอีกฝั่งหนึ่ง ช่วยให้ผมดูหนาและปิดแนวศีรษะได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทรงนี้ให้ลุคเรียบ เท่ และดูภูมิฐาน เหมาะกับผู้ชายที่อยากเพิ่มความหนาให้เส้นผมหรือปกปิดผมบางได้แนบเนียน เข้ากับโครงหน้ารูปไข่และหน้าเหลี่ยม เพราะช่วยให้ใบหน้าดูสมส่วนและดูมั่นใจมากขึ้นค่ะ

Comb Over ผมสั้นผู้ชาย

สำหรับผู้ที่ปัญหาผมบาง การตัดผมทรง Comb Over สามารถช่วยบดบังบริเวณที่ปัญหาได้ แต่ถ้าหากคุณผมบางขั้นรุนแรง หรือถึงขั้นศีรษะล้าน การปลูกผม FUE จะเป็นวิธีการรักษาที่เหมาะสมกว่าค่ะ

รีวิวปลูกผมเพิ่มเติม:

54. ทรง Classic Side Swept – ปัดข้างคลาสสิก

Classic Side Swept จะตัดด้านข้างให้สั้นพอดี ส่วนด้านบนไว้ยาวเพื่อปัดไปด้านข้าง ทรงนี้ให้ลุคที่ดูเรียบง่าย สุภาพ เหมาะกับผู้ชายที่อยากได้ทรงที่ดูเป็นทางการแต่ไม่แข็งเกินไป ซึ่งเข้ากับผู้ที่มีโครงหน้ารูปไข่ หน้ากลม และหน้าเหลี่ยม เพราะช่วยให้ใบหน้าดูบาลานซ์และนุ่มนวลขึ้นได้ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทรงที่ไม่ว่าใครตัดก็ดูเท่แน่นอน

Classic Side Swept ทรงผมปัดข้าง

55. ทรง Vintage Pompadour – ป๊อมปาดัวร์วินเทจ

Vintage Pompadour เป็นทรงผมผู้ชายเท่ๆ ที่จะตัดด้านข้างสั้นเรียบ ส่วนด้านบนไว้ยาวแล้วยกสูงไปด้านหลัง ทรงนี้ให้ลุคที่ดูเป็นผู้ชายเนี้ยบ มาดนิ่ง และดูมีเสน่ห์ ให้ฟีลคลาสสิกแบบหนุ่มยุคเก่าแต่ยังดูเท่และภูมิฐาน เป็นอีกหนึ่งทรงผมชายที่เหมาะกับหน้ากลม และหน้าเหลี่ยม เพราะจะช่วยให้ใบหน้าดูได้สัดส่วนมากขึ้น

Vintage Pompadour ทรงผมป๊อมปาดัวร์วินเทจ

กลุ่มทรงแนวหน้า & Edgy

56. Mullet (Modern) – มัลเล็ตสมัยใหม่

Mullet สมัยใหม่ เป็นทรงผม จะตัดด้านหน้าและด้านข้างให้สั้น ส่วนด้านหลังไว้ยาวกว่าเล็กน้อย เพื่อให้ดูมีมิติและเข้ากับลุคปัจจุบันมากขึ้น ต่างจากมัลเล็ตยุคเก่าที่ดูแรงกว่า ทรงนี้ให้ลุคแฟชั่นแต่ยังดูสะอาด เหมาะกับผู้ชายที่อยากเพิ่มความโดดเด่นโดยไม่หลุดความเรียบเท่ ซึ่งเข้ากับผู้ชายที่มีโครงหน้ารูปไข่และหน้าเหลี่ยม เพราะช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น นำเทรนด์สุดๆ

 Mullet (Modern) ทรงผมมัลเล็ต

57. ทรง Shaggy Mullet – มัลเล็ตแบบแซกกี้

Shaggy Mullet จะซอยผมให้มีเลเยอร์ทั่วศีรษะ แล้วปล่อยด้านหลังให้ยาวกว่าด้านหน้าเล็กน้อย ดูยุ่งนิดๆ อย่างตั้งใจ ทรงนี้ให้ลุคเท่ สบายๆ และดูแฟชั่นในแบบหนุ่มติสต์ เหมาะกับคนที่อยากได้ทรงผมไม่เป๊ะเกินไปแต่ยังมีสไตล์ เข้ากับโครงหน้ารูปไข่ หน้ากลม และหน้าเหลี่ยม ใครที่อยากเปลี่ยนลุคเป็นหนุ่มติสต์ ต้องทรงนี้เท่านั้น

ทรงผมผู้ชายหน้ากลม Shaggy Mullet

58. ทรง Mohawk – โมฮอว์ค

Mohawk เป็นทรงผมสั้นชายที่จะไถด้านข้างสั้นเกือบเกรียน เหลือผมด้านบนไว้ยาวต่อเนื่องเป็นแนวกลางศีรษะตั้งแต่หน้าผากถึงท้ายทอย เป็นทรงที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์สุดๆ ทรงนี้ให้ลุคเท่ มั่นใจ และแอบกบฏนิดๆ เหมาะกับผู้ชายที่ชอบสไตล์จัดจ้านไม่เหมือนใคร ซึ่งเข้ากับผู้ที่มีโครงหน้ารูปไข่หรือหน้าเหลี่ยม เพราะช่วยขับให้ใบหน้าดูคมและมีมิติมากขึ้น

Mohawk โมฮอว์ค ทรงผมสั้นชาย

59. ทรง Faux Hawk – โมฮอว์คปลอม

Faux Hawk เป็นทรงผมชายจะตัดด้านข้างสั้นแต่ไม่ถึงกับเกรียน ส่วนด้านบนไว้ยาวและเซตให้ยกขึ้นเป็นแนวกลางคล้ายทรงโมฮอว์ก แต่ดูซอฟต์กว่าและเหมาะกับชีวิตประจำวันมากกว่า ทรงนี้ให้ลุคเท่ มั่นใจ แต่ยังดูสุภาพ เหมาะกับผู้ชายที่อยากได้ทรงมีคาแรกเตอร์แต่ไม่แรงเกินไป ซึ่งเข้ากับผู้ที่มีโครงหน้ารูปไข่ หน้ากลม และหน้าเหลี่ยม 

Faux Hawk ทรงผมผู้ชาย

60. ทรง Broccoli Cut – ทรงบร็อคโคลี่ (Gen Z ฮิต)

Broccoli Cut เป็นทรงผมชายเท่ๆ ไม่เชยที่จะตัดด้านข้างให้สั้นหรือเฟดเบาๆ ส่วนด้านบนไว้ยาวแล้วเซตให้ฟูและมีวอลลุ่มคล้ายดอกบร็อคโคลี่ เป็นทรงที่ดูยุ่งนิดๆ แต่ตั้งใจให้มีเท็กซ์เจอร์ ดูเท่และขี้เล่นในเวลาเดียวกัน ซึ่งทรงนี้มาแรงในหมู่หนุ่ม Gen Z เพราะให้ลุคสดใส ทันสมัย และดูมีสไตล์โดยไม่ต้องเซตเยอะ ใครอยากตามเทรนด์ ต้องไม่พลาดทรงนี้ค่ะ

Broccoli Cut ทรงผมเท่ๆ ไม่เชย

ผู้ชายเลือกทรงผมอย่างไรให้เข้ากับโครงหน้า

การเลือกทรงผมชายให้เข้ากับโครงหน้าไม่ใช่แค่เรื่องของแฟชั่น แต่คือการสร้าง “สมดุล” ให้กับใบหน้าของแต่ละคน เพราะรูปหน้าแต่ละแบบมีสัดส่วน จุดเด่น และมุมที่ต่างกัน ฉะนั้นมาทำความเข้าใจการเลือกทรงผมผู้ชายให้เข้ากับใบหน้าทั้ง 4 แบบกัน

  • คนหน้ารูปไข่ (Oval Face Shape)
    ผู้ชายที่มีโครงหน้ารูปไข่จะมีสัดส่วนใบหน้าที่สมดุล ตั้งแต่หน้าผาก โหนกแก้ม ไปจนถึงกรามที่จะค่อยๆ เรียวลงอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้เป็นรูปหน้าที่เหมาะกับทรงผมเกือบทุกแบบค่ะ ถือเป็น “Face Shape ที่เข้าได้ทุกทรง” แต่ควรหลีกเลี่ยงทรงผมที่ปิดหน้าผากมากเกินไป เพราะอาจทำให้ใบหน้าดูสั้นลง โดยทรงผมที่แนะนำคือ Classic Taper, Side Part, Pompadour, Quiff หรือ Textured Crop 
  • คนหน้าเหลี่ยม (Square Face Shape)
    ผู้ชายที่มีโครงหน้าเหลี่ยม จะมีลักษณะกรามชัด เส้นกรอบหน้าคม และความกว้างบริเวณโหนกแก้มใกล้เคียงกับหน้าผาก ให้ภาพลักษณ์ดูแข็งแรงมั่นใจ ทรงผมที่เหมาะควรช่วย “ลดความแข็งของกรอบหน้า” เช่น Side Swept Fringe, Medium Fade, Crew Cut หรือ Soft Quiff ซึ่งจะช่วยให้ใบหน้าดูนุ่มนวลและดูยาวขึ้นได้
  • คนหน้ากลม (Round Face Shape)
    ผู้ชายที่มีใบหน้ากลม มักจะมีความกว้างและความยาวของหน้าใกล้เคียงกัน กรามและคางโค้งมน ไม่มีมุมเหลี่ยมที่เห็นชัด ซึ่งทรงผมชายที่เหมาะกับหน้ากลม ควรเลือกทรงที่ช่วยทำให้ใบหน้าดูเรียวยาวขึ้น เช่น Short Quiff, Pompadour, High Fade หรือ Spiky Hair ค่ะ
  • คนหน้ารูปเพชร (Diamond Face Shape)
    ผู้ชายที่มีโครงหน้ารูปเพชรจะมีโหนกแก้มเด่น หน้าผากและคางแคบ ซึ่งเป็นรูปหน้าที่ดูมีเอกลักษณ์ แต่ควรเลือกทรงผมที่ช่วยเพิ่มวอลลุ่มบริเวณหน้าผากและขมับ เช่น Textured Fringe, Medium Pompadour หรือ Side Part เพื่อลดความแคบค่ะ

หน้ากลม แก้มเยอะ หน้าผากกว้าง เลือกทรงผมแบบไหนดี?

สำหรับผู้ชายที่มีใบหน้ากลม แก้มค่อนข้างเยอะ หรือหน้าผากกว้าง ควรเลือกทรงที่เพิ่มความสูงด้านบนและลดวอลุ่มด้านข้าง เพื่อดึงสายตาและทำให้หน้าดูเรียวขึ้น เช่น Pompadour, Short Quiff, Side Part, Textured Crop หรือ Korean Two Block เพราะช่วยลดความกลมของใบหน้าและทำให้กรอบหน้าดูชัดขึ้นโดยไม่เน้นช่วงแก้ม ส่วนทรงที่ควรเลี่ยงคือทรงที่มีวอลุ่มด้านข้างมากเกินไป เพราะจะทำให้หน้าดูกว้างและกลมชัดกว่าเดิมค่ะ

5 สิ่งที่ควรทำ ก่อนบอกช่างตัดผมในปี 2026

การตัดผมให้ได้ทรงที่ต้องการไม่ใช่แค่เรื่องของช่างฝีมือดี แต่ยังขึ้นอยู่กับการเตรียมตัวของคุณก่อนด้วย ดังนั้นก่อนจะบอกช่างว่า “ตัดทรงนี้” มี 5 สิ่งที่คุณควรเช็กและเตรียมตัวให้พร้อมก่อน เพื่อให้คุณได้ทรงผมที่ดูดี เข้ากับรูปหน้า และดูแลง่ายขึ้น ดังนี้

1. เลือกทรงจากไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่แค่รูปสวยๆ

ทรงผมที่ดูดีและดูเท่ในรูป อาจไม่เหมาะกับชีวิตประจำวันของคุณ ทางที่ดีเราแนะนำให้ถามตัวเองก่อนว่า 

  • คุณมีเวลาจัดแต่งผมทุกเช้าหรือไม่?
  • ทำงานในสภาพแวดล้อมแบบไหน?
  • ชอบลุคที่ดูแลง่าย หรือลุคที่ดูเท่ เซตผมทุกวัน?

คำแนะนำ: ทรงผมที่ต้องใช้เวลาจัดแต่งทรงผมนาน หากคุณไม่มีเวลาดูแล จากทรงผมที่ดูเท่ จะกลายเป็นทรงที่ดูรกรุงรังได้ง่ายๆ ค่ะ

2. เช็กสภาพเส้นผมตัวเอง ว่ามีลักษณะอย่าไร

การรู้จักลักษณะเส้นผมของตัวเอง จะช่วยให้คุณได้ทรงผมที่เข้ากับรูปหน้าและเหมาะกับตัวคุณมากขึ้น เพราะอะไร มาดูกัน

  • ผมบาง หรือ ผมหนา ทรงผมที่เหมาะจะแตกต่างกัน
  • ผมตรง, ผมหยัก หรือ ผมหยิก มีผลต่อการจัดทรง
  • ผมมันง่าย หรือ ผมแห้ง มีผลต่อการดูแล
  • ทิศทางการเติบโตของผม (Cowlick) บางคนมีขวัญตรงหน้าผาก ทำให้ทรงผมที่เลือกตัดไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
ลักษณะเส้นผมผู้ชาย

คำแนะนำ: ที่มีผมเส้นเล็กและบางไม่ควรเลือกทรงที่สั้นมากๆ เช่น Buzz Cut หรือ Skin Fade เพราะจะทำให้เห็นหนังศีรษะชัดเกินไป ในขณะที่ผู้ที่มีผมหนาเส้นใหญ่ควรเลือกทรงที่มีเลเยอร์เพื่อลดน้ำหนักและทำให้ผมดูเบาสบายขึ้น ซึ่งการเข้าใจสภาพเส้นผมจะช่วยให้คุณได้ทรงที่ดูดีและดูแลง่ายขึ้นนั่นเองค่ะ

3. เตรียมรูปตัวอย่างหลายมุม ไม่ใช่แค่มุมเดียว

หลายคนเลือกนำรูปตัวอย่างทรงผมไปให้ช่างดูเพียงมุมเดียว เพื่อดูความเหมาะสมและลดความผิดพลาด แนะนำให้คุณเตรียมรูปตัวอย่างหลายมุม หรือนำวิดีโอที่เห็นทรงผมทุกด้านของศีรษะไปให้ช่างดูจะดีกว่า เพราะการมีภาพหลายมุมจะช่วยให้ช่างเข้าใจรายละเอียดของทรงผมได้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น

  • มุมด้านหน้า เพื่อดูความยาวด้านบน และรูปทรงโดยรวม
  • มุมด้านข้าง เพื่อดูการไล่ระดับ Fade หรือ Taper ด้านข้าง และรูปทรงที่ขมับ
  • มุมด้านหลัง เพื่อดูทรงด้านหลังศีรษะและบริเวณคอ
เตรียมรูปทรงผมชาย ก่อนตัดผม

เคล็ดลับ: เราแนะนำถ่ายรูปหน้าตัวเองหลายมุม เพื่อให้ช่างสามารถเทียบกับรูปตัวอย่างและปรับให้เข้ากับรูปหน้าและสภาพผมของคุณได้ดีขึ้น

4. สื่อสารด้วยคำที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่ ‘ตัดสั้น’ หรือ ‘เท่ๆ’

การบอกช่างแค่ว่าตัดสั้นๆ หรือขอทรงเท่ๆ อาจทำให้ได้ทรงผมที่ไม่ตรงใจ เพราะคำว่า “สั้น” หรือ “เท่” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน วิธีที่ดีที่สุดคือ ใช้รูปตัวอย่างประกอบ และบอกรายละเอียดง่ายๆ เช่น ด้านบนยาว 2 นิ้ว ด้านข้างสั้นประมาณครึ่งนิ้ว หรือ ไถข้างให้สั้นแต่ไม่ต้องโกนหัวล้าน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ช่างเข้าใจมากขึ้น

สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่าจะบอกช่างอย่างไร เพียงแค่ให้ช่างดูรูปแล้วถามว่า “ตัดทรงนี้ได้ไหม เหมาะกับผมหรือไม่” ช่างที่ดีจะช่วยแนะนำและปรับทรงผมให้เหมาะกับคุณ ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ

5. เช็กสุขภาพหนังศีรษะ แก้ปัญหาก่อนตัดผมทรงใหม่

ทรงผมจะดูดีได้ก็ต่อเมื่อเส้นผมและหนังศีรษะมีสุขภาพที่ดี ไม่ว่าจะตัดทรงไหนก็ตาม หากคุณมีปัญหาเรื่องรังแค หนังศีรษะอักเสบ หรือผมร่วง ควรรักษาให้หายก่อนตัดทรงใหม่ เพราะปัญหาเหล่านี้จะทำให้ทรงผมดูไม่สวยและอาจส่งผลให้อาการแย่ลง 

นอกจากนี้ ถ้าผมแห้งเสียหรือแตกปลาย ควรตัดส่วนที่เสียหายออกเพื่อให้ผมฟื้นตัวและเติบโตได้ดีขึ้น ส่วนผู้ที่มีหนังศีรษะมันหรือแห้งมาก ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งที่เหมาะสม เช่น คนผมมัน ควรใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่เป็นเนื้อ Matt แทนเนื้อ Gel 

หลังปลูกผม เลือกทรงผมชายยังไงให้ดูแลง่ายและดูดี

การปลูกผมต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวและรอให้รากผมใหม่เติบโต การเลือกทรงผมในแต่ละช่วงเวลาจึงสำคัญ เพราะจะช่วยให้รากผมเติบโตได้ดีและไม่กระทบต่อผลลัพธ์ของการปลูกผม ซึ่งแต่ละช่วงควรเลือกทรงผมอย่างไร มาดูกัน

  • ช่วง 0-6 เดือนแรก รากผมยังอ่อนแอและอาจหลุดร่วงเป็นปกติ (Shock Loss) ควรเลือกทรงผมที่ไม่ต้องจัดแต่งทรงมาก เช่น Crew Cut, Caesar Cut, Textured Crop, Ivy League หรือ Classic Taper ทรงเหล่านี้สั้นกำลังดี ดูเรียบร้อย และไม่กระทบหนังศีรษะ
  • ช่วง 6-12 เดือน รากผมเริ่มแข็งแรงขึ้น ผมใหม่เริ่มงอกยาว สามารถเลือกทรงที่หลากหลายมากขึ้น เช่น Low Fade, Mid Fade, French Crop, Short Quiff, Korean Two Block หรือ Side Part ทรงเหล่านี้ช่วยให้คุณได้ทรงผมที่ดูมีสไตล์มากขึ้นโดยไม่กระทบผมใหม่
  • ช่วง 1 ปีขึ้นไป ผมที่ปลูกมีความแข็งแรงและเติบโตเต็มที่แล้ว คุณสามารถเลือกทรงได้อย่างอิสระ เช่น Pompadour, Undercut, Slicked Back, High Fade, Long Hair, Comma Hair, Center Part Korean หรือ Mullet อยากตัดทรงไหนก็เลือกได้เลย

คำแนะนำ: หลังปลูกผม ไม่ว่าคุณจะเลือกตัดผมทรงอะไร อย่าลืมดูแลสุขภาพหนังศีรษะและเส้นผมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผลลัพธ์ของการปลูกผมคงอยู่ได้นาน

สรุป เทรนด์ทรงผมผู้ชายในปี 2026

ในปี 2026 เป็นปีที่ทรงผมผู้ชายมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าคุณจะชอบลุคไหน ผมสั้น เท่ แนววินเทจ หรือทรงเกาหลี ล้วนมีทรงที่เหมาะกับคุณแน่นอน แต่สิ่งที่สำคัญกว่าการเลือกตามเทรนด์ คือการเข้าใจรูปหน้า สภาพเส้นผม และไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เพราะจะช่วยให้คุณได้ทรงผมที่ไม่ใช่แค่ดูดี แต่ยังดูแลง่ายและเข้ากับชีวิตประจำวันของคุณจริงๆ 

หากคุณมีปัญหาเรื่องผมร่วง ผมบาง หรือหนังศีรษะอักเสบ การเลือกทรงผมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ การปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์จะช่วยให้เข้าใจปัญหาและได้รับแผนการดูแลที่เหมาะสมกับคุณที่สุด สนใจปลูกผม รักษาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน ปรึกษาฟรีที่ Hairtran Clinic

ไลน์ Hairtran Clinic
เบอร์โทร Hairtran Clinic
อีเมล Hairtran Clinic

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

รวมคำถามยอดฮิตที่หลายคนมักสงสัยเกี่ยวกับทรงผมผู้ชาย

ทรงผมชาย 2026 ที่ทำให้หน้าเด็กลง มีทรงไหนบ้าง?

ทรงผมที่ช่วยให้หน้าเด็กลงในปี 2026 จะเน้นความสะอาดและมีวอลลุ่มบริเวณด้านบน เช่น Textured Crop, Korean Two Block, Soft Fringe, Short Quiff และ Side Part แบบเบาๆ ซึ่งจะช่วยลดความแข็งของกรอบหน้า ทำให้ใบหน้าดูซอฟต์ขึ้นและดูเด็กกว่าอายุจริง

ผู้ชายผมบาง ควรเลือกทรงผมแบบไหนดี?

ผู้ชายผมบางควรเลือกทรงที่ช่วยพรางความบางและเพิ่มมิติให้เส้นผม เช่น Crew Cut, Textured Crop, French Crop หรือทรงที่มีเลเยอร์ด้านบนเล็กน้อย เพื่อให้ดูหนาขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ ควรหลีกเลี่ยงการไว้ผมยาวหรือปัดเปิดรอยแสก เพราะจะยิ่งทำให้เห็นบริเวณบางชัดเจนขึ้น

ทำงานออฟฟิศเคร่งๆ เลือกทรงผมผู้ชายยังไง ไม่ให้โดนทัก?

ควรเลือกทรงที่สุภาพและดูเป็นทางการ เช่น Classic Taper, Ivy League, Side Part หรือ Short Pompadour แบบซอฟต์ๆ ทรงเหล่านี้ช่วยให้ลุคดูเรียบร้อย มืออาชีพ และไม่โดดเกินไปในที่ทำงานเคร่งมากๆ แต่ยังคงความเท่แบบผู้ชายยุคใหม่

หลังปลูกผมกี่เดือนถึงจะตัดทรงสั้นมากๆ ได้?

โดยทั่วไป หลังปลูกผมประมาณ 2 สัปดาห์ สามารถเริ่มตัดทรงสั้นได้แล้ว แต่ควรเป็นความสั้นที่ไม่ไถจนเห็นหนังศีรษะชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดการกระแทกบริเวณผมที่ปลูกใหม่ โดยช่างตัดผมควรใช้กรรไกรหรือปัตตาเลี่ยนตัดให้เหลือความยาวประมาณ 0.5 นิ้วขึ้นไป เพื่อให้ผมดูเรียบร้อยโดยไม่รบกวนกราฟต์ผมที่กำลังฟื้นตัวอยู่

ผู้ชายวันกลางคน (35-45 ปี) ยังตัดผมทรงเกาหลีได้อยู่ไหม?

ได้แน่นอนค่ะ ทรงเกาหลีเหมาะกับผู้ชายทุกวัย หากเลือกให้เข้ากับรูปหน้าและความหนาของเส้นผม เช่น Two Block, Side Part แบบนุ่มๆ หรือ Comma Hair ทรงเหล่านี้จะช่วยให้หน้าดูซอฟต์ลงและดูอ่อนกว่าวัย โดยไม่ทำให้ลุคดูพยายามหรือเด็กเกินไป

แชร์บทความนี้
Picture of พญ. ภัคภิญญา แจ้งเจ็ดริ้ว
พญ. ภัคภิญญา แจ้งเจ็ดริ้ว

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมปลูกผม ABHRS Certified | Full Member ISHRS
ประสบการณ์ฝึกอบรมจาก USA, Turkey, Malaysia, South Korea
เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ว.31632

ปรึกษาทุกปัญหาเรื่องผมได้ทุกวัน
หรือนัดหมายจองคิวล่วงหน้าได้ที่ :
Contact Form Service
ปลูกผม หมอแพตตี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

วิธีดูแลหลังปลูกผม 1-12 เดือน ที่แพทย์แนะนำ

วิธีดูแลหลังปลูกผม ตั้งแต่วันแรกจนถึง 12 เดือน ที่แพทย์แนะนำ

รวมวิธีดูแลหลังปลูกผมทุกช่วงตาม Timeline จริง ตั้งแต่ 7 วันแรก (ช่วงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ) จนถึง 12 เดือน พร้อมเผยสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงและอาการที่อาจพบหลังปลูก
คำนวณกราฟท์ผม ปลูกผมกี่กราฟท์ดี?

วิธีคำนวณกราฟท์ปลูกผม ต้องปลูกผมกี่กราฟท์ถึงจะเหมาะกับคุณ?

ปลูกผมกี่กราฟท์ถึงจะเหมาะกับคุณ? ทำความเข้าใจวิธีคำนวณกราฟท์ปลูกผมแบบละเอียด พร้อมประเมินกราฟท์และราคาเบื้องต้นในปี 2026 ก่อนตัดสินใจปลูก
Timeline ปลูกผม 1 ปี ระยะฟื้นตัวหลังปลูกผม

ไทม์ไลน์ปลูกผม 1 ปีเต็ม การฟื้นตัวและผลลัพธ์วันต่อวัน

Timeline การฟื้นตัวหลังปลูกผม ตั้งแต่วันแรกจนถึง 1 ปี เผยอาการแต่ละช่วง การงอกของผม การดูแลตัวเอง ผลลัพธ์หลังปลูก และอาการ Shock Loss ที่อาจเกิดขึ้น
Scroll to Top