ผมร่วงในผู้หญิง 5 สาเหตุจากฮอร์โมน + วิธีรักษาที่ได้ผลจริง

สารบัญบทความ

ต่อให้สระผมดีแค่ไหน “ผมร่วงในผู้หญิง” มักโยงกับฮอร์โมน โดยเฉพาะ DHT, การแกว่งของเอสโตรเจนช่วงหลังคลอด/วัยทอง และความผิดปกติของไทรอยด์ที่ทำให้เส้นผมอ่อนแรง หลุดร่วงง่ายขึ้น; ถ้าเริ่มเห็นหนังศีรษะชัด ผมบางเป็นหย่อม หรือร่วงมากกว่า 100–150 เส้น/วัน ให้เช็กต้นเหตุให้ชัดก่อนแก้: ปรับการนอน/ความเครียดและโภชนาการเพื่อลดตัวกระตุ้นฮอร์โมน, ดูแลหนังศีรษะให้สะอาดอ่อนโยน, เสริมสารอาหารที่จำเป็นต่อเส้นผม, ออกกำลังกายพอดีสม่ำเสมอ และสำคัญที่สุดคือประเมินกับแพทย์เพื่อคัดกรองภาวะไทรอยด์/เลือดและออกแบบการรักษาที่ตรงจุด (ยาเฉพาะทาง/ทรีตเมนต์/วางแผนปลูกผมถ้าจำเป็น) ผลลัพธ์ที่ดีไม่ได้มาจาก “ของเดี่ยว ๆ” แต่มาจากการจัดการสาเหตุ + ดูแลหลังการรักษาอย่างถูกต้อง เช่น การนอนศีรษะยกสูงช่วงแรก หลีกเลี่ยงแดดจัดตามช่วงเวลาที่แพทย์แนะนำ และใช้ยาต่อเนื่องเพื่อป้องกันผมเดิมอ่อนแรง หากอยากรู้ว่าเคสคุณต้องเริ่มจากจุดไหน ทีมแพทย์ Hairtran จะประเมินลวดลายการร่วง คุณภาพกราฟต์ และไลฟ์สไตล์ เพื่อวางแผนที่เหมาะกับระยะยาวที่สุดสำหรับคุณค่ะ

อาการผมร่วงในผู้หญิงจากฮอร์โมน : 3 สัญญาณเตือนที่ห้ามมองข้าม

อาการผมร่วงในผู้หญิงที่เกิดจากฮอร์โมนมักแสดงออกแตกต่างจากผู้ชาย โดยส่วนใหญ่จะพบว่า ผมบางลงทั่วศีรษะ หรือบางลงเฉพาะบริเวณกลางศีรษะ ทำให้เห็นหนังศีรษะชัดเจนขึ้น ไม่ได้ร่วงเป็นหย่อมเหมือนในผู้ชาย อาการผมร่วงแบบนี้มักจะค่อยๆ เกิดขึ้นอย่างช้าๆ และอาจร่วงหนักเป็นพิเศษในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างชัดเจน เช่น หลังคลอด หรือช่วงวัยทอง

ผมร่วงจากฮอร์โมน ผู้หญิง

หากคุณพบว่าผมร่วงมากผิดปกติเกิน 100 เส้นต่อวัน เป็นระยะเวลานาน หรือผมบางลงจนเห็นหนังศีรษะชัดเจน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม: หวีผมแล้วผมร่วงเยอะ รักษาอย่างไร

5 ฮอร์โมนหลักที่ทำให้ผมร่วงในผู้หญิง (พร้อมวิธีตรวจสอบ)

ฮอร์โมนหลายชนิดมีผลต่อวงจรชีวิตของเส้นผม หากเกิดความผิดปกติจะทำให้ผมร่วงมากกว่าปกติได้ ซึ่งมีฮอร์โมนอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ

  • DHT (Dihydrotestosterone) เป็นฮอร์โมนที่ทำให้รากผมหดตัวและฝ่อลง ส่งผลให้เส้นผมมีขนาดเล็กลง เปราะบาง และร่วงง่ายขึ้น
  • เอสโตรเจน (Estrogen) ฮอร์โมนเพศหญิงชนิดนี้ช่วยยืดระยะการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้ผมแข็งแรงและหนาขึ้น เมื่อระดับฮอร์โมนลดลง (เช่น ในช่วงวัยทองหรือหลังคลอด) ผมจะบางลงได้
  • โปรเจสเตอโรน (Progesterone) ทำหน้าที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน หากระดับต่ำเกินไปอาจไปกระตุ้นการผลิต DHT จนทำให้ผมร่วง
  • ไทรอยด์ฮอร์โมน (Thyroid Hormones) ควบคุมการเผาผลาญและการเจริญเติบโตของร่างกาย หากระดับฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำจะทำให้ผมร่วง ผมแห้งเสีย และบางลงได้
  • คอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนแห่งความเครียด เมื่อร่างกายมีความเครียดสูง คอร์ติซอลจะทำให้วงจรผมเข้าสู่ระยะพักเร็วขึ้น จนเกิดภาวะผมร่วงฉับพลัน (Telogen Effluvium)

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม: วงจรชีวิตของเส้นผม เป็นอย่างไร

5 สาเหตุฮอร์โมนเสียสมดุล ทำไมผมร่วงในผู้หญิงไม่หยุด

สำหรับภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล จนทำให้เกิดปัญหาผมร่วงในผู้หญิง อาจมาจากหลายสาเหตุ ดังนี้ค่ะ

1. ความเครียดสูง: ฮอร์โมนคอร์ติซอลพุ่ง ผมร่วงฉับพลัน

ความเครียด ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้วงจรผมเข้าสู่ระยะพักเร็วขึ้น ทำให้ผมร่วงเป็นจำนวนมาก

ความเครียดสูง สาเหตุฮอร์โมนเสียสมดุล

2. ฮอร์โมนเพศเปลี่ยน: วัยทองกับผมร่วงในผู้หญิง

เพราะเมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำลง เช่น ในช่วงวัยทอง ตั้งครรภ์ หลังคลอด ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายจะลดลง ซึ่งอาจส่งผลให้ผมบางลง หนังศีรษะเริ่มเห็นชัดขึ้น

ฮอร์โมนเพศเปลี่ยน สาเหตุฮอร์โมนเสียสมดุล

3. ต่อมไทรอยด์ผิดปกติ : สัญญาณเงียบที่ทำให้ผมร่วง

ทั้งภาวะไทรอยด์ต่ำและไทรอยด์สูง ล้วนส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้ผมอ่อนแอ ผมแห้งเสีย และร่วงง่ายขึ้น

ต่อมไทรอยด์ปกติ สาเหตุฮอร์โมนเสียสมดุล

4. ขาดสารอาหาร : วิตามินไหนขาดทำให้ผมร่วงในผู้หญิง

การทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ จนเกิดภาวะการขาดสารอาหารที่สำคัญ เช่น ไบโอติน ธาตุเหล็ก วิตามินดี และโปรตีน อาจทำให้ฮอร์โมนผิดปกติ และกระตุ้นให้ผมร่วงมากขึ้น

ขาดสารอาหาร สาเหตุฮอร์โมนเสียสมดุล

5. ยาคุมกำเนิดกับผมร่วง : ความจริงที่คุณควรรู้

สำหรับยาคุมกำเนิดบางชนิด อาจทำการกระตุ้นให้ฮอร์โมน DHT สูงขึ้น ทำให้ผมร่วงได้ ส่วนการหยุดยาคุมกระทันหันอาจทำให้ผมร่วงชั่วคราว เนื่องจากร่างกายต้องปรับสมดุลฮอร์โมนใหม่

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม: วิธีเร่งผมยาวด้วยแชมพูผสมยาคุม

ยาคุมกำเนิด สาเหตุฮอร์โมนเสียสมดุล

5 วิธีปรับสมดุลฮอร์โมนเพื่อหยุดผมร่วง

สำหรับใครที่มีปัญหาผมร่วงจากฮอร์โมน หากภาวะการหลุดร่วงยังไม่ได้รุนแรงมาก วิธีปรับสมดุลฮอร์โมนเพื่อให้สุขภาพผมกลับมาแข็งแรง สามารถทำได้ตามนี้เลยค่ะ

1. เลือกกินอาหารที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน

  • อาหารที่ช่วยลดฮอร์โมน DHT เช่น เมล็ดฟักทอง (มี Zinc และกรดไขมันดี), ชาเขียว (มีสารคาเทชิน), อะโวคาโด (มีวิตามิน E และไบโอติน) และน้ำมันมะพร้าว (มีกรดลอริก)
  • อาหารที่ช่วยเพิ่มเอสโตรเจน เช่น ถั่วเหลือง (มีไอโซฟลาโวน), เมล็ดแฟลกซ์ (มีลิกแนน) และผักใบเขียว (อุดมด้วยวิตามินและธาตุเหล็ก)
กินอาหาร ปรับสมดุลฮอร์โมน

2. จัดการความเครียด

ความเครียดเป็นสิ่งที่ทำให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลสูงขึ้นจนผมร่วง การหาเวลาว่างทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย เช่น โยคะ, การทำสมาธิ, การฟังเพลง หรือการออกกำลังกายเบาๆ รวมถึงการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอวันละ 7-8 ชั่วโมง ก็สามารถทำให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลลดลง และลดอาการผมร่วงได้

จัดการความเครียด

3. เสริมวิตามิน แร่ธาตุที่จำเป็น

การขาดวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดส่งผลกระทบโดยตรงต่อฮอร์โมนและสุขภาพผม ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และอาจพิจารณาวิตามินเสริม (ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน)

  • ไบโอติน เช่น ไข่แดง, อะโวคาโด, อัลมอนด์, วอลนัท, ยีสต์ ซึ่งช่วยกระตุ้นการสร้างเคราติน ทำให้ผมแข็งแรงและยาวเร็ว
  • วิตามินดี เช่น ปลาแซลมอน, ปลาแมคเคอเรล, ไข่แดง ซึ่งช่วยป้องกันภาวะไทรอยด์ต่ำ
  • ธาตุเหล็ก, ซีลีเนียม, ไอโอดีน เช่น เนื้อวัว ตับ, ผักใบเขียวเข้ม, ปลาทูน่า, แซลมอน, ซาร์ดีน ซึ่งช่วยให้การสร้างฮอร์โมนไทรอยด์เป็นไปอย่างปกติ
  • ซิงค์ (Zinc) เช่น หอยนางรม, เนื้อวัว, ไก่, เมล็ดฟักทอง, ถั่วต่างๆ ซึ่งช่วยยับยั้งเอนไซม์ที่เปลี่ยนฮอร์โมนเป็น DHT ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของผมร่วงจากพันธุกรรม

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม: วิตามินช่วยชะลอผมหลุดร่วงได้ไหม

เสริมวิตามิน ปรับสมดุลฮอร์โมน

4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอล และช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข ทำให้ระบบภายในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้ฮอร์โมนต่างๆ กลับมาสมดุล

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

5. ปรึกษาแพทย์หากผมร่วงหนักผิดปกติ

ใครที่ลองปรับพฤติกรรม กินอาหารที่มีประโยชน์ เสริมวิตามิน ลดความเครียด และดูแลสุขภาพโดยรวมแล้ว ผมยังร่วงมากผิดปกติ ยังมีสภาวะเส้นผมหลุดร่วงอย่างไม่ทราบสาเหตุ เราแนะนำให้รีบปรึกษาแพทย์โดยตรง เพื่อทำการตรวจระดับฮอร์โมน และรับคำแนะนำในการรักษจะดีที่สุด เพราะการพบแพทย์จะช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงของปัญหานี้ได้ค่ะ

ปรึกษาแพทย์ ผมร่วงหนักผิดปกติ

สรุป : ผู้หญิงแก้ผมร่วงได้ ถ้ารู้ต้นตอจากฮอร์โมน

ฮอร์โมนมีผลต่อการเจริญเติบโตและวงจรชีวิตของเส้นผมอย่างมาก โดยเฉพาะในผู้หญิงช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ปัญหาผมร่วงในผู้หญิงที่เกิดจากฮอร์โมนสามารถจัดการได้ด้วยการปรับสมดุลฮอร์โมนจากภายใน ทั้งจากการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การจัดการความเครียด การพักผ่อนที่เพียงพอ และการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

ถ้าหากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาผมร่วงอยู่ ลองเริ่มจากวิธีดูแลตัวเองที่เราได้แนะนำไปเพื่อฟื้นฟูสุขภาพผมให้แข็งแรงกลับมาดกหนาอีกครั้ง แต่ถ้าหากอาการยังไม่ดีขึ้น ผมร่วงจนเห็นหนังศีรษะชัด การปลูกผม FUE อาจเป็นทางออกที่ตอบโจทย์กว่าค่ะ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ที่ Hairtran Clinic ก่อนตัดสินใจจะดีที่สุด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ผมร่วงจากฮอร์โมน อันตรายไหม

ตอบ: โดยทั่วไปแล้วอาการผมร่วงจากฮอร์โมนไม่ใช่ภาวะที่อันตรายถึงชีวิต แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังเสียสมดุล ซึ่งอาจส่งผลต่อความมั่นใจและสุขภาพจิตได้ หากผมร่วงอย่างรุนแรงและเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง

อาการผมร่วงในผู้หญิง เหมือนผมร่วงในผู้ชายไหม

ตอบ: ไม่เหมือนกันค่ะ อาการผมร่วงในผู้หญิงที่เกิดจากฮอร์โมนมักจะเป็นแบบผมบางลงทั่วศีรษะหรือบริเวณกลางศีรษะ แต่สำหรับอาการผมร่วงในผู้ชายจะแสดงอาการชัดเจนกว่า เช่น หัวล้านเป็นรูปตัว M หรือผมบางบริเวณกระหม่อมนั่นเองค่ะ

ผมร่วงจากฮอร์โมนผู้หญิง หายเองได้ไหม

ตอบ: ในบางกรณี เช่น ผมร่วงหลังคลอดที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนชั่วคราว อาจดีขึ้นเองได้เมื่อฮอร์โมนกลับสู่ภาวะปกติ แต่หากเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น ภาวะไทรอยด์ผิดปกติ หรือความเครียดสะสม อาจจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขที่ต้นเหตุ หากไม่รักษาอาจทำให้ผมบางลงเรื่อยๆ ได้

แชร์บทความนี้
Picture of พญ. ภัคภิญญา แจ้งเจ็ดริ้ว
พญ. ภัคภิญญา แจ้งเจ็ดริ้ว

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมปลูกผม ABHRS Certified | Full Member ISHRS
ประสบการณ์ฝึกอบรมจาก USA, Turkey, Malaysia, South Korea
เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ว.31632

ปรึกษาทุกปัญหาเรื่องผมได้ทุกวัน
หรือนัดหมายจองคิวล่วงหน้าได้ที่ :
Contact Form Service
ปลูกผม หมอแพตตี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

วิธีดูแลหลังปลูกผม 1-12 เดือน ที่แพทย์แนะนำ

วิธีดูแลหลังปลูกผม ตั้งแต่วันแรกจนถึง 12 เดือน ที่แพทย์แนะนำ

รวมวิธีดูแลหลังปลูกผมทุกช่วงตาม Timeline จริง ตั้งแต่ 7 วันแรก (ช่วงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ) จนถึง 12 เดือน พร้อมเผยสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงและอาการที่อาจพบหลังปลูก
คำนวณกราฟท์ผม ปลูกผมกี่กราฟท์ดี?

วิธีคำนวณกราฟท์ปลูกผม ต้องปลูกผมกี่กราฟท์ถึงจะเหมาะกับคุณ?

ปลูกผมกี่กราฟท์ถึงจะเหมาะกับคุณ? ทำความเข้าใจวิธีคำนวณกราฟท์ปลูกผมแบบละเอียด พร้อมประเมินกราฟท์และราคาเบื้องต้นในปี 2026 ก่อนตัดสินใจปลูก
Timeline ปลูกผม 1 ปี ระยะฟื้นตัวหลังปลูกผม

ไทม์ไลน์ปลูกผม 1 ปีเต็ม การฟื้นตัวและผลลัพธ์วันต่อวัน

Timeline การฟื้นตัวหลังปลูกผม ตั้งแต่วันแรกจนถึง 1 ปี เผยอาการแต่ละช่วง การงอกของผม การดูแลตัวเอง ผลลัพธ์หลังปลูก และอาการ Shock Loss ที่อาจเกิดขึ้น
Scroll to Top