ปกติแล้ว เวลาที่เราพูดถึงปัญหาผมร่วง ผมบาง เรามักจะนึกถึงบริเวณหน้าผากง่ามตัวเอ็ม หรือบริเวณกลางกระหม่อมแสกกลางใช่ไหมคะ? แต่รู้ไหมคะว่ายังมีอีกหนึ่งปัญหาที่สร้างความเครียดให้กับผู้หญิงไม่แพ้กัน นั่นคือภาวะผมท้ายทอยบาง
ซึ่งบริเวณท้ายทอยนี้ถือเป็นพื้นที่ที่เส้นผมแข็งแรงที่สุดตามธรรมชาติ การที่จู่ๆ เส้นผมบริเวณนี้บางลงจึงเป็นสัญญาณเตือนที่มองข้ามไม่ได้ ฉะนั้นในบทความนี้เราจะพาไปเจาะลึกสาเหตุ พร้อมพาทำความเข้าใจว่าถ้าท้ายทอยบางจะรักษาอย่างไร และสามารถปลูกผมได้ไหม ตามมาดูกันค่ะ
ทำไมภาวะ ‘ผมท้ายทอยบาง’ ถึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้?
ในทางการแพทย์เส้นผม บริเวณท้ายทอยหรือ ผมต้นคอ คือ “พื้นที่ปลอดภัย” (Donor Area) เนื่องจากรากผมบริเวณนี้จะไม่ได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมนเพศชาย DHT ที่เป็นสาเหตุของผมร่วงจากกรรมพันธุ์ ดังนั้นรากผมท้ายทอยจึงมีความแข็งแรงและมีอายุยืนยาวที่สุด จนถูกนำมาใช้เป็นเส้นผมเสบียงในการย้ายไปปลูกบริเวณหน้าผากหรือกลางหัว
การที่ผู้หญิงเรามีอาการผมบริเวณท้ายทอยบางลง จึงมักไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์ล้านทั่วไป แต่เกิดจากความผิดปกติเฉพาะจุด หรือโรคระบบภายในร่างกายที่ต้องได้รับการตรวจเช็กอย่างละเอียดค่ะ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม: ผมบางกลางหัวผู้หญิง เกิดจากอะไร?
4 สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้หญิงมี ผมท้ายทอยบาง
อาการรากผมบริเวณท้ายทอยอ่อนแอจนเกิดภาวะผมท้ายทอยหลุด มีสาเหตุหลักๆ ดังนี้
1. โรคภูมิแพ้รากผมตัวเอง (Alopecia Areata)
เป็นโรคที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานเพี้ยน แล้วหันกลับมาโจมตีรากผมของตัวเอง ส่งผลให้เส้นผมร่วงเฉียบพลันเป็นวงกลมคล้ายเหรียญบาท ซึ่งมักชอบเกิดขึ้นบริเวณท้ายทอยและ ผมต้นคอ หากเป็นรุนแรง วงที่ร่วงจะขยายกว้างขวางเชื่อมกันจนทำให้ท้ายทอยดูบางลงเป็นแถบกว้างค่ะ

2. การติดเชื้อราหรือเซบเดิร์มรุนแรง
บริเวณท้ายทอยเป็นจุดที่อับเหงื่อและมีความชื้นสะสมได้ง่ายมากค่ะ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ชอบมัดผมหนาๆ ขณะที่ผมยังแห้งไม่สนิท ส่งผลให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะ หรือโรคต่อมไขมันอักเสบ (Seborrheic Dermatitis) ขั้นรุนแรง จนหนังศีรษะลอกเป็นสะเก็ด แดง คัน และทำให้รากผมอักเสบจนเส้นผมหลุดร่วงตามมา

3. พฤติกรรมการนอนและแรงเสียดสี
การนอนหงายและทิ้งน้ำหนักศีรษะลงบนหมอนที่มีเนื้อผ้าหยาบแข็ง หรือการกดทับเป็นเวลานาน สามารถทำให้เกิดแรงเสียดสี (Friction) ซ้ำๆ ที่บริเวณท้ายทอย ส่งผลให้รากผมบอบช้ำและเส้นผมเปราะหักง่าย รวมถึงพฤติกรรมที่บางคนชอบเอามือไปแกะ เกา หรือดึงผมบริเวณต้นคอตอนเครียดโดยไม่รู้ตัวค่ะ

4. ผลกระทบจากการปลูกผมครั้งก่อน
ในเคสผู้หญิงที่เคยผ่านการศัลยกรรมปลูกผมจากคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเจอปัญหาแพทย์เจาะย้ายกราฟท์ผมบริเวณท้ายทอยออกมากเกินไป (Over-harvesting) หรือเจาะกราฟท์ชิดกันเกินไป จนทำให้เนื้อผมบริเวณท้ายทอยแหว่ง บาง และเห็นรอยแผลเป็นจุดขาวๆ กระจายตัวจนดูบางลงอย่างถาวรค่ะ

ผมท้ายทอยบางในผู้หญิง ปลูกผมได้ไหม?
คำตอบสำหรับข้อนี้แบ่งออกเป็น 2 กรณีตามเป้าหมายการรักษาค่ะ:
- กรณีที่ 1 ท้ายทอยบาง แต่อยากปลูกผมด้านหน้า หากท้ายทอยบางจากโรคภูมิแพ้รากผม (Alopecia Areata) ห้ามปลูกผมเด็ดขาดค่ะ เพราะรากผมที่ย้ายไปก็จะมีโอกาสร่วงซ้ำจากโรคได้ แต่หากบางจากแรงเสียดสีหรือพฤติกรรม หมอจะใช้กล้องส่องประเมินความหนาแน่น หากยังพอมีกราฟท์ผมที่แข็งแรงเหลืออยู่ ก็สามารถวางแผนเจาะไปปลูกด้านหน้าได้ชั่วคราวค่ะ
- กรณีที่ 2 อยาก ปลูกผมท้ายทอย เพื่อปิดรอยบาง สามารถทำได้ในเคสที่ท้ายทอยบางจากแผลเป็น หรือแหว่งจากการปลูกผมครั้งก่อน โดยแพทย์จะย้ายรากผมจากบริเวณด้านข้างใบหู (Temporal area) มาปลูกเติมเต็มตรงท้ายทอยให้ดูหนาแน่นขึ้นค่ะ
การรักษาผมบางบริเวณท้ายทอย ให้กลับมาหนาอีกครั้ง
แนวทางการ รักษาผมท้ายทอย ให้กลับมาแข็งแรงดกดำขึ้น สามารถทำได้หลายวิธีตามสาเหตุต้นทางค่ะ
- การฉีดยาลดการอักเสบเฉพาะจุด: เหมาะสำหรับเคสที่เป็นโรคภูมิแพ้รากผมตัวเอง (Alopecia Areata) โดยแพทย์จะฉีดยากลุ่มสเตียรอยด์ขนาดต่ำเข้าบริเวณที่ร่วง เพื่อหยุดยั้งภูมิคุ้มกันไม่ให้ทำลายรากผม ช่วยให้ผมกลับมางอกใหม่ตามปกติ
- ทำทรีตเมนต์กระตุ้นรากผม การใช้เกล็ดเลือดของตัวคนไข้เองฉีดฟื้นฟูรอบๆ ท้ายทอยที่บาง เพื่อส่งโกรทแฟคเตอร์ไปปลุกรากผมให้กลับมาสร้างเส้นผมที่หนาและแข็งแรงขึ้น
- ใช้พลังงานเลเซอร์ LLLT การฉายแสงเลเซอร์ความเข้มข้นต่ำสีแดงบริเวณท้ายทอย เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดรอบๆ ผมต้นคอ ช่วยให้สารอาหารเดินทางไปเลี้ยงรากผมได้ดียิ่งขึ้น
- ปรับพฤติกรรมและการทำความสะอาด เปลี่ยนมาใช้ปลอกหมอนผ้าไหม (Silk) เพื่อลดแรงเสียดสีขณะนอนหลับ และเป่าผมบริเวณท้ายทอยให้แห้งสนิททุกครั้งหลังสระผมเพื่อป้องกันเชื้อราค่ะ
สรุป ปัญหาผมท้ายทอยบาง รักษาได้ไหม?
ภาวะผมท้ายทอยบางเป็นปัญหาที่สามารถรักษาให้หายได้ค่ะ หากเราหาสาเหตุที่แท้จริงเจอได้เร็ว การเปลี่ยนพฤติกรรม รักษาโรคผิวหนัง หรือการทำหัตถการทางการแพทย์จะช่วยกู้ผมท้ายทอยให้กลับมาดกหนาได้เกือบทั้งหมด
สำหรับใครที่มีปัญหาผมบาง หนังศีรษะล้าน จนทำให้ไม่มั่นใจ สามารถเข้ามาปรึกษาหมอแพตตี้ เพื่อหาแนวทางในรักษาด้วยการปลูกผม ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
รวมข้อสงสัยยอดฮิตเกี่ยวกับปัญหาเส้นผมบริเวณท้ายทอยบางในผู้หญิง
การรวบผมตึง มีส่วนทำให้ผมท้ายทอยบางลงไหม?
ตอบ มีส่วนอย่างมากค่ะ การมัดผมทรงหางม้าที่ตึงรั้งเกินไปจะเกิดแรงดึงกระชาก (Traction Alopecia) ย้อนศรลงมาที่บริเวณ ผมต้นคอ และท้ายทอย ทำให้รากผมบริเวณนั้นเกิดความเครียด อักเสบ และค่อยๆ หลุดร่วงจนบางลงได้ ควรหลีกเลี่ยงการมัดผมตึงติดต่อกันทั้งวันนะคะ
ผมท้ายทอยบาง ต่างจากผมร่วงจากกรรมพันธุ์อย่างไร?
ตอบ ต่างกันตรงที่กลไกและฮอร์โมนที่ได้รับผลกระทบค่ะ อาการผมร่วงจากกรรมพันธุ์ (Androgenetic Alopecia) ในผู้หญิง มักจะเริ่มบางจากบริเวณรอยแสกกลางหัวแล้วค่อยๆ ขยายออกด้านข้าง แต่แนวผมด้านหน้าและผมบริเวณท้ายทอยจะยังคงหนาตามปกติ เพราะรากผมบริเวณท้ายทอยไม่มีตัวรับฮอร์โมน DHT
แต่ถ้าหากคุณมีอาการ ผมท้ายทอยบาง เด่นชัดกว่าส่วนอื่น นั่นแปลว่าเกิดจากสาเหตุภายนอกหรือโรคเฉพาะจุด เช่น โรคภูมิแพ้รากผม เชื้อรา หรือพฤติกรรมการนอนเสียดสี ซึ่งต้องใช้แนวทางการรักษาที่แตกต่างกันออกไปค่ะ
การใส่หมวกบ่อยๆ มีส่วนทำให้ผมต้นคอบางลงไหม?
ตอบ มีส่วนทำให้ผมบางลงได้จาก 2 ปัจจัยหลักค่ะ ปัจจัยแรกคือ “แรงเสียดสี” การสวมหมวกที่คับแน่นเกินไป เวลาที่เราขยับศีรษะ หมวกจะไปเสียดสีและดึงรั้งเส้นผมบริเวณ ผมต้นคอ และท้ายทอยจนรากผมหลวมและหลุดร่วง
ปัจจัยที่สองคือ “ความอับชื้น” หมวกกันน็อกมักเป็นแหล่งสะสมของเหงื่อและแบคทีเรีย เมื่อใส่เป็นเวลานานจะกระตุ้นให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะหรือโรคเซบเดิร์ม ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะ ผมท้ายทอยหลุด ร่วงได้ง่ายขึ้นค่ะ
ท้ายทอยแหว่งจากการปลูกผมครั้งก่อน ปลูกผมแก้ได้ไหม?
ตอบ หากบริเวณท้ายทอยยังมีพื้นที่รากผมส่วนอื่นเหลืออยู่ แพทย์สามารถย้ายกราฟท์ผมจากส่วนที่หนามาช่วย ปลูกผมท้ายทอย เพื่อพรางรอยแหว่งได้ค่ะ


