การปลูกผมไม่โกนศีรษะ หรือ Non-Shaven FUE เป็นเทคนิคปลูกผมที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในปี 2026 โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่กังวลเรื่องภาพลักษณ์ ไม่ต้องการโกนผมสั้นก่อนปลูก และต้องการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้โดยไม่มีใครสังเกตว่าปลูกผมมา เพื่อให้คุณตัดสินใจง่ายขึ้น มาดูกันว่าปลูกผมไม่โกน คืออะไร? ราคาเท่าไหร่? เหมาะกับใคร? พร้อมเผยข้อดี-ข้อจำกัด และเปรียบเทียบปลูกผม Non-Shaven FUE กับ Long Hair FUE แบบไหนดีกว่า มาดูกันค่ะ
ราคาปลูกผม Non-Shaven FUE
สำหรับราคาปลูกผมแบบไม่ต้องโกนในปี 2026 ที่ Hairtran Clinic จะคิดตามจำนวนกราฟท์ที่ใช้จริง โดยราคาอยู่ที่ 100 บาทต่อกราฟท์ ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการปรึกษา การทำหัตถการ ไปจนถึงการดูแลหลังปลูกผมตลอด 1 ปีเต็ม

ทั้งนี้ จำนวนกราฟท์ที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการปลูก ระดับความบางของเส้นผม และความหนาแน่นที่ต้องการ แพทย์จะประเมินและออกแบบแผนการรักษาให้เหมาะกับสภาพเส้นผมและโครงหน้าของแต่ละราย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและคุ้มค่าที่สุดก่อนเริ่มทำการรักษา
ปลูกผมไม่โกนศีรษะ คืออะไร?
การปลูกผมไม่โกน หรือ Non-Shaven FUE คือเทคนิคการปลูกผมแบบ FUE ที่ไม่จำเป็นต้องโกนผมทั้งหมดก่อนทำ โดยแพทย์จะเลือกเจาะรากผมบางส่วนในบริเวณท้ายทอย (Donor Area) และนำปลูกผมใหม่แทรกลงไปท่ามกลางเส้นผมเดิมที่ยังคงความยาวอยู่ เทคนิคนี้จึงช่วยให้ภาพรวมของทรงผมหลังทำดูแทบไม่เปลี่ยน เพราะซ่อนรอยแผลได้อย่างแนบเนียน และลดการสังเกตเห็นว่าปลูกผมมา

ที่ Hairtran Clinic แพทย์จะใช้เทคโนโลยี WAW DUO FUE System มาใช้ในการเก็บรากผม และใช้ Implanter Pen ในการฝังกราฟท์ ทำให้รอยแผลมีขนาดเล็กเพียง 0.8 มม. ผลลัพธ์ดูกลมกลืนกับผมเดิม และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติภายใน 1-3 วัน
ข้อดี-ข้อจำกัด ปลูกผมแบบไม่ต้องโกน
วิธีการปลูกผมแบบไม่ต้องโกน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกผมโดยยังคงทรงผมและภาพลักษณ์เดิมไว้ แต่ก็มีข้อดีและข้อจำกัดบางอย่างที่คุณควรพิจารณา ดังนี้
ข้อดีของปลูกผมแบบไม่โกน
- ไม่ต้องโกนผมเดิม ทำให้หลังปลูกผมภาพรวมดูแทบไม่เปลี่ยน
- มองไม่เห็นรอยแผล รอยแผลมีขนาดเล็กและถูกซ่อนอยู่ใต้เส้นผมเดิม ทำให้มองเห็นรอยแผลได้ยาก
- พักฟื้นสั้น ผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำงานได้ภายใน 1-3 วัน
- ผลลัพธ์ดูกลมกลืน แพทย์จะปลูกผมแทรกระหว่างเส้นผมเดิมช่วยให้ผมใหม่ดูเนียน และดูเป็นธรรมชาติ
ข้อจำกัดของปลูกผมแบบไม่โกน
- ใช้เวลาทำหัตถการนานกว่า FUE เนื่อจากต้องปลูกด้วยความละเอียดและใชความประณีตสูง
- ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่า FUE เล็กน้อย จากความซับซ้อนในการปลูก ส่งผลให้มีราคาสูงกว่าเล็กน้อย
- อาจไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องปลูกผมจำนวนมาก ในกรณีผมบางทั่วศีรษะหรือจำเป็นต้องใช้กราฟท์จำนวนมาก เทคนิคนี้อาจไม่ตอบโจทย์
ปลูกผม Non-Shaven FUE กับ Long Hair FUE แบบไหนดีกว่า
ทั้ง Non-Shaven FUE และ Long Hair FUE เป็นเทคนิคปลูกผมที่ออกแบบมาเพื่อผู้ที่ไม่ต้องการโกนผมก่อนปลูก แต่จุดประสงค์และความเหมาะสมจะแตกต่างกัน ฉะนั้นก่อนตัดสินใจปลูกผม มาดูกันว่าการปลูกผมเทคนิคไหนเหมาะกับคุณ
| เทคนิคปลูกผม | Non-Shaven FUE | Long Hair FUE |
|---|---|---|
| จุดเด่น | • ปลูกผมโดยไม่ต้องโกนผมบริเวณท้ายทอย (Donor Area) • เส้นผมเดิมยังยาวอยู่และช่วยปิดรอยแผล | • ปลูกผมโดยใช้เส้นผมยาว • เห็นความยาวของผมหลังทำทันที |
| การโกนศีรษะก่อนทำ | ไม่ต้องโกนผมก่อนทำ | ไม่ต้องโกนผมก่อนทำ |
| รอยแผล | สังเกตเห็นได้ยาก เพราะเส้นผมเดิมปิงบังรอยแผลเอาไว้ | สังเกตเห็นได้ยากเช่นกัน แต่ต้องระวังระหว่างการดูแลช่วงแรก |
| การดูแลช่วงพักฟื้น | ดูแลง่าย เส้นผมเดิมช่วยปิดรอยปลูก ลดการกระทบกระเทือน สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ | ต้องระวังมากในช่วงแรก เพราะเส้นผมที่ปลูกมีความยาว อาจเกี่ยวกับเสื้อผ้า สิ่งของ หรือเกี่ยวพันกับเส้นผมเดิม |
| เหมาะกับใคร | • ผู้ที่ทำงาน ต้องพบปะผู้คน • ผู้ที่ไม่อยากให้ใครรู้ว่าปลูกผม | ผู้ที่ต้องการเห็นแนวผมและทิศทางผมชัดตั้งแต่วันแรก |
| ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ | ที่ Hairtran Clinic ราคา 100 บาท/กราฟท์ | ราคาเริ่มต้นที่ 120-180 บาท/กราฟท์ |
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม: ไทม์ไลน์ปลูกผม 1 ปีเต็ม การฟื้นตัวและผลลัพธ์วันต่อวัน
การปลูกผมไม่ต้องโกน เหมาะกับใคร?
การปลูกผมแต่ละวิธี เหมาะกับปัญหาและสภาพเส้นผมที่แตกต่างกัน ฉะนั้นมาดูกันว่าการปลูกผม Non-Shaven FUE เหมาะกับใคร ดังนี้
- ผู้ที่ไม่ต้องการโกนผมก่อนปลูก ผู้ที่กังวลเรื่องภาพลักษณ์
- ผู้ที่ทำงานหรือผู้ที่ต้องพบปะผู้คนเป็นประจำ
- ผู้ที่มีปัญหาผมบางเฉพาะจุด เช่น แนวผมด้านหน้า ขมับ หรือจอน
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเนียน มองไม่ออกว่าปลูกผมมา
- ผู้ที่มีเส้นผมยาวหรือไม่อยากเปลี่ยนทรงผม
อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมของการปลูกผมแบบไม่ต้องโกนยังขึ้นอยู่กับสภาพเส้นผมและบริเวณที่ต้องการปลูก แนะนำให้เข้ารับการปรึกษากับแพทย์เพื่อประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลจะดีที่สุดค่ะ

สรุป การปลูกผม Non-Shaven FUE
เทคนิคปลูกผมแบบไม่โกนศีรษะ เป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากแก้ปัญหาผมบาง แต่ไม่อยากให้ใครรู้ว่าปลูกผมมา โดยผมเดิมยังคงอยู่ ทรงผมแทบไม่เปลี่ยน เพราะรอยแผลมีขนาดเล็กเพียง 0.8 มม. และถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ทำให้หลายคนสามารถกลับไปทำงาน พบลูกค้า หรือใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจตั้งแต่ช่วงแรกหลังทำ
สำหรับราคาปลูกผม Non-Shaven FUE ในปี 2026 ที่ Hairtran Clinic คิดค่าบริการตามจำนวนกราฟท์ที่ใช้จริง โดยราคาอยู่ที่ 100 บาทต่อกราฟท์ ครอบคลุมตั้งแต่การปรึกษา การทำหัตถการ ไปจนถึงการดูแลหลังปลูกผมตลอด 1 ปีเต็ม ทั้งนี้แพทย์จะประเมินและออกแบบแผนการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพเส้นผมและความต้องการของแต่ละบุคคลค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
รวมคำถามยอดนิยมสำหรับผู้ที่สนใจปลูกผมแบบไม่ต้องโกนที่ Hairtran Clinic
ปลูกผมไม่โกน มองไม่เห็นรอยแผลจริงไหม?
ตอบ จริงค่ะ การปลูกผมแบบไม่โกน เป็นเทคนิคที่ช่วยซ่อนรอยแผลไว้ใต้เส้นผมเดิมที่ไม่ได้โกน ทำให้แทบมองไม่เห็นรอยแผลจากภายนอก โดยที่ Hairtran Clinic เราใช้ WAW DUO FUE ในการเจาะรากผมแบบกระจายตัว ทำให้รอยแผลมีขนาดเล็กเพียง 0.8 มม. เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 1–2 วันแรกอาจมีรอยแดงเล็กน้อยบริเวณที่ปลูก ซึ่งจะค่อย ๆ จางลงตามกระบวนการฟื้นตัวของผิวหนัง
ปลูกผม Non-Shaven FUE พักฟื้นกี่วัน?
ตอบ โดยทั่วไปการปลูกผม Non-Shaven FUE ใช้เวลาพักฟื้นค่อนข้างน้อย ผู้รับบริการส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำงานหรือทำกิจวัตรประจำวันได้ภายใน 1–2 วันหลังทำ โดยไม่จำเป็นต้องหยุดงานยาวค่ะ
ปลูกผมแบบไม่ต้องโกน ต้องปลูกกี่กราฟท์?
ตอบ จำนวนกราฟท์ที่ใช้ในการปลูกผมแบบไม่ต้องโกน ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นที่ต้องการ สภาพเส้นผม และการประเมินของแพทย์ โดยทั่วไปอาจเริ่มตั้งแต่ 1,000–2,500 กราฟท์
ปลูกผมเทคนิค Non-Shaven ดูแลยากไหม?
ตอบ การดูแลหลังปลูกผมด้วยเทคนิค Non-Shaven FUE ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด เพียงปฏิบัติตาม 8 คำแนะนำของแพทย์ ดังนี้
1. หลีกเลี่ยงการแกะ เกา หรือดึงสะเก็ดแผล
2. สระผมด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ไม่ควรใช้ความร้อนกับเส้นผม
3. งดใช้น้ำที่มีแรงดันสูงในการสระผม เพื่อไม่ให้รากผมได้รับการกระทบกระเทือน
4. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมในช่วง 14 วันแรก
5. งดออกกำลังกาย หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออก ในช่วง 14 วันแรก
6. หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง ช่วง 14 วันแรก
7. งดการยืด ดัด หรือทำสีผมอย่างน้อย 2 เดือน
8. ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง



